เมื่อถามว่า กรณีรายชื่อของกรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ล่าสุดมีหลายคนออกมาปฏิเสธ ทั้ง นายชัชวาลล์ คงอุดม พลังท้องถิ่นไท หรือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. นายเสกสกล กล่าวว่า เวลานี้หากไปถามแบบนั้นเป็นใครก็ต้องปฏิเสธ เพราะอาจจะผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กฎหมายเลือกตั้ง , พ.ร.บ.พรรคการเมือง
สำหรับนายชัชวาลล์นั้น ตนไม่ได้พูดคุยเรื่องชวนมาอยู่พรรคด้วยโดยตรง แต่ได้คุยกับคนใกล้ชิดของนายชัชวาลล์ว่า ในอนาคตข้างหน้ามีโอกาสจะได้ร่วมงานร่วมกัน ตนไม่ได้พูดว่านายชัชวาลล์จะมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ตนพูดว่าหากใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พรรคเล็กน้อยจะเสียเปรียบให้รวมเป็นพรรคใหญ่จะดีกว่า
ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ นั้นตนมีความสนิทสนมเหมือนพี่ชาย ที่ผ่านมาพูดคุยปรึกษากันประจำ ทั้งเรื่องการทำงานรวมถึงทำพรรค แต่ไม่ได้พูดว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะมา นักข่าวเขียนไปเอง ตนไม่ได้คุยเรื่องชวน พล.ต.อ.จักรทิพย์ มา แต่บอกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะมาหรือไม่ ให้ไปถามเอง
เมื่อถามว่า ส่วนคนที่ชื่อย่อ ต. ใช่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หรือไม่ นายเสกสกล กล่าวว่า ชื่อ ต. มีเยอะแยะ ก็วิเคราะห์กันไป ตนบอกว่า วันนี้ตนกับนายพีระพันธุ์เวลามีปัญหาทางข้อกฎหมายก็ปรึกษากันตลอด เวลาทำงานกับนายกฯ เจอกันก็ปรึกษากันบ่อย ส่วนหากถามชวนมาร่วมงานกับพรรคหรือยัง ตนอยากให้นายพีระพันธุ์ตอบเอง ตนไม่อยากแสดงความเป็นเจ้าของนายพีระพันธุ์ ถ้านายพีระพันธุ์พร้อมก็จะตอบเอง
"ย้ำว่า คนที่จะมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องเป็นมิตรร่วมรบกับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนโปรไฟล์ดี ประวัติดี ไม่มีมลทิน ไม่มีประวัติชุมนุม เห็นหน้าเป็นที่่ชื่นชอบประชาชน ประชาชนปรบมือต้อนรับ และไม่มีรายชื่อของคนที่เคยมีคดีล้มประชุมอาเซียน"
เมื่อถามว่า คนที่จะมาร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติจะต้องมีคุณสมบัติใด นายเสกสกล กล่าวว่า ในส่วนของตนยืนยันแล้วว่า จะไม่รับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ส่วนคนที่จะมาตนยินดีต้อนรับทุกคนที่มีโปรไฟล์ดี แต่ถ้าจะเปิดตัวตอนนี้ทำไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขกฎหมาย เป็น ส.ส. เป็น รมต. ก็มี ขอเวลาให้คนเหล่านี้ไปจัดการตัวเองก่อน ส่วนใครจะอออกมาปฏิเสธถือเป็นเรื่องปกติ ยืนยันว่า "ระดับหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ไม่เป็นรองใครในพรรคการเมืองประเทศไทยแน่นอน"
เมื่อถามว่า พรรคที่ชู พล.อ.ประยุทธ์ มีจำนวนมาก พรรครวมไทยสร้างชาติ มีจุดแข็งกว่าพรรคอื่นอย่างไร จะรวมกันสู้เพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ หรือตัดคะแนนกันเอง นายเสกสกล กล่าวว่า หลัก ๆ ต้องดูที่พรรคพลังประชารัฐ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ด้วย นั้นก็เป็นพรรคใหญ่แน่นอน เพราะ ส.ส. ส่วนใหญ่ยังอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ พรรครวมไทยสร้างขออยู่เป็นพรรคระดับที่มี ส.ส.ส่วนหนึ่งหนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่จะกลายเป็นพรรคใหญ่ก็ต่อเมื่อพรรคพลังประชารัฐไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์
เมื่อถามว่า มองดูแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ สมควรลงจากตำแหน่งได้แล้วหรือยัง นายเสกสกล ย้อนถามว่า มองดูแล้วตอนนี้ใครจะมาเป็นนายกฯ คนต่อไป จากการสำรวจโพลคนก็ยังมองว่า นายกฯ คนต่อไปยังคงเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือเรื่องการจาบจ้วงสถาบันฯ ซึ่งก็ไม่มีใครปกป้องสถาบันฯ เท่า พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีเรื่องประโยชน์ส่วนตัวเหมือนอดีตนายกฯ บางคน
"พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนใสซื่อมือสะอาดไม่มีคอร์รัปชัน ไม่โกงกินบ้านเมือง จริงใจทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่มีใครเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ ตนทำงานมาหลายหัวหน้าพรรคแล้วก็ไม่เห็นมีใครเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ "
เมื่อถามว่า คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ เหมาะสมเป็นนายกฯ แบบนั้น ทำไมกลับมีกระแสข่าวรัฐประหาร นายเสกสกล กล่าวว่า ตนคุยกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่เป็น ส.ส.รุ่นเดียวกัน แล้วถามว่า ไปเอากลิ่นมาจากไหน ให้ไปตรวจจมูก มาจากทางไกลหรือเปล่า เพราะขนาดสมัยคนแดนไกลจะโดนรัฐประหารยังไม่ได้กลิ่นเลย แต่ตนกลับได้กลิ่นตั้งนานแล้ว ส่วนกลิ่นยุบสภาพนั้น ไม่มีแน่นอน ถ้าจำนวนเสียง ส.ส.พอ ถ้าเช็กแล้วไม่พอก็ต้องยุบ
เมื่อถามว่า การประชุม ครม. วานนี้ มีรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยลาถึง 7 คน เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ เพราะมีการระบุว่า นายกฯ ถึงขนาดบอกว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด นายเสกสกล กล่าว่า ตนอยู่ในการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้พูดว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนเก็บอาการ เพียงแต่บอกว่า อยากให้พรรคร่วมมาคุยกัน ไม่ใช่ใช้วิธีแบบนั้น