เพราะหากสำรวจย้อนกลับไปอีก ไม่เพียงกรณีการปรากฎชื่อของ”พรรครวมไทยสร้างชาติ” ณ ตอนนี้ ทว่าเมื่อปลายปี 2564 มีพรรคการเมืองอีกหนึ่งถึงสองพรรค ปรากฎชื่อขึ้นมาให้ฮือฮา นั่นคือ “พรรคไทยสร้างสรรค์” ซึ่งถูกมองว่า นี่คือพรรคการเมืองที่รองรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าสังกัด ในกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ไปกับพรรคพลังประชารัฐ เป็นสูตรเดิมที่มาใช้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ในตอนนี้เช่นกัน
ทั้งนี้ พรรคไทยสร้างสรรค์ ปรากฎชื่ออย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2564 โดยราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคไทยสร้างสรรค์ ชื่อย่อ ท.ส.ส. สำนักงานใหญ่พรรคตั้งอยู่ที่ 357 ถ.สุโขทัย แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กทม. 10300
ครั้งนั้น มีการเผยโฉมคณะกรรมการบริหารพรรค มีจำนวน 10 ราย ได้แก่ 1.นายธำรงค์ เรืองธุระกิจ หัวหน้าพรรค ซึ่งพบว่า ทำธุรกิจด้านยานยนต์ และเป็นนายสนามของงานแข่งรถยนต์ชื่อ “KPM Trackday” โดยปัจจุบันข้อมูลในส่วนนี้ถูกตั้งเป็น Private บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว ขณะที่บุคคลในตระกูล “เรืองธุระกิจ” ปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัทหลายแห่ง
2.นายกฤษฎา ตั่งเวชกุล รองหัวหน้าพรรค นักธุรกิจขายปลีกชิ้นส่วนยานยนต์ และร้านขายปลีกเครื่องดื่ม
3.นางอัญชลี เรืองธุรกิจ รองหัวหน้าพรรค
4.น.ส.ญาณิศา จันทร์เรือง เลขาธิการพรรค นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหาร
5.น.ส.อนัญญา อนันกิจโชค รองเลขาธิการพรรค เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
6.น.ส.กนิษฐา เหลืองกังวานกิจ เหรัญญิกพรรค ทำธุรกิจร้านอาหารร่วมกับ น.ส.ญาณิศา จันทร์เรือง
7.น.ส.ณวรรณเพ็ญ พิศลพูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค นักธุรกิจด้านยานยนต์ ปั๊มน้ำมัน และอื่น ๆ
8.นายไกรพุฒิ อินทรโยธา โฆษกพรรค ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
9.นายพชร ภูมิจิตร กรรมการบริหารพรรค นักธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้า และงานวิศวกรรม
10.น.ส.นริศรา ลิ้มธนากุล กรรมการบริหารพรรค นักธุรกิจซอฟต์แวร์
สำหรับเครื่องหมายพรรคไทยสร้างสรรค์ ใช้สัญลักษณ์แฮชแท็ก (Hashtag) สีชมพู โดยระบุความหมายในเชิงการออกแบบ เส้นทั้ง 4 เส้นเปรียบเสมือนภูมิภาคของประเทศทั้ง 4 ภาค ที่ได้รับการขีดลากมาสานต่อกัน เปรียบเสมือนอุดมการณ์ของพรรคที่จะเป็นตัวแทนพี่น้องทั้งประเทศ นำเอาความคิดที่หลากหลายของคนในแต่ละท้องถิ่นมาสานต่อให้เป็นแนวทางความคิดร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์ให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป
แม้วันนี้ บรรดาแกนนำพรรคการเมืองพลังประชารัฐ ออกมาปฏิเสธพัลวัน ไม่มีความเกี่ยวโยงกับบรรดาพรรคแตกหน่อ อย่างเช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร.ที่ถูกจับตามองกำลังนั่งค่อมอยู่กับพรรคเศรษฐกิจไทยด้วย หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่ขอแสดงความเห็นกรณีการลาออกสมาชิกพรรคพปชร.ของเสกสกล เพื่อไปเข้าสังกัด พรรครวมไทยสร้างชาติ หรือแม้ปฏิเสธถึงการผสมพันธุ์ระหว่างพรรคการเมืองจากฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านบางพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็ตาม
แต่อย่าลืมว่า สัจธรรมการเมืองไทย “ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” อะไรที่เคยปฏิเสธ มักเกิดขึ้นเหนือความคาดหมายได้เสมอ อย่างเช่นพรรคไทยรักไทยเคยก่อกำเนิดและดับไปจากการถูกยุบพรรค ยังทำให้นักการเมืองหลายคนต้องแตกรังไปสังกัดพรรคนั้นพรรคนี้ รวมถึงการตั้งพรรคขึ้นใหม่ จะเป็น พรรคพลังประชาชนที่โดนยุบ หรือ พรรคเพื่อไทยที่เคยมีสาขาหนึ่งสาขาสอง อย่างพรรคไทยรักษาชาติ(โดนยุบ) พรรคเพื่อชาติ เหล่านี้หนีไม่พ้นอยู่ภายใต้การกำกับของนายใหญ่
ฉะนั้น การที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาพ”พรรคเฉพาะกิจ” จะแตกหน่อออกลูก มีหน้าตาโลโก้แตกต่างกันออกไปดูกลายเป็นเรื่องธรรมดาไม่มีอะไรลึกลับซ่อนเงื่อน เพราะบุคลากรทางการเมืองที่เข้ามาสังกัดล้วนวนเวียนหน้าเดิมๆอยู่กันแบบนี้ เพื่อความอยู่รอดทางการเมืองในอนาคต