ส่วนที่ความกังวลว่า เมื่อมีกฎหมายจำนวนมากที่ออกโดยไม่ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม เช่น กฎหมายอุทยานแห่งชาติ ที่ออกมาเมื่อปี 62 เนื่องจากอุทยานแห่งชาติที่ประกาศไว้เดิม มีที่ดินประมาณ 4.7 ล้านไร่ ปรากฏว่า เป็นการพิพาทว่า ประชาชนอยู่ก่อนประกาศอุทยาน และในกฎหมายดังกล่าว ก็มีมติ ครม.ไม่ให้จับกุม ก็คือให้ไปพิสูจน์สิทธิแล้ว ซึ่งสิทธิทางกฎหมายถ้าอยู่ก่อนป่า อยู่ก่อน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.ที่ดิน ก็ต้องออกเป็นเอกสารสิทธิ อยู่ๆ กฎหมายเมื่อปี 62 ก็บอกว่า 4.7 ล้านไร่ ประชาชนเป็นผู้บุกรุก ต้องมาแสดงตัว ใน 240 วัน แล้วก็รัฐก็จะจัดให้เป็นผู้อาศัย ซึ่งนี่คือตัวอย่าง
ดังนั้นในกฎหมายฉบับนี้ คิดว่า จำเป็นต้องออก แต่ต้องมาดูกันให้รอบคอบ ว่าเป้าประสงค์ความยุติธรรมสำคัญกว่า อีกหลายประเด็นที่เกิดที่เกิดความสงสัย เช่น ในภาคใต้ที่ใช้กฏหมายเป็นอำนาจนิยม ปกติบุคคลจะต้องถูกควบคุมตาม ป.วิ.อาญาได้มากที่สุดไม่เกิน 84 วัน ถ้าจับตัวได้ แต่ในภาคใต้จะมีการจับกุมคนควบคุมเพิ่มในกฎอัยการศึก 7 วัน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 30 วัน ซึ่งหน่วยงานทหาร คือ กระทรวงกลาโหมในร่างมาตรา 5 ที่มีอยู่ 10 หน่วยงานไม่มีกระทรวงกลาโหมเห็นว่า ควรเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมด้วย และอีกหลายหน่วยงาน เช่น กกต. อ้างว่า กกต.มีกฎหมายกำหนดเวลาไว้แล้ว แต่ในทางปฏิบัติก็เหมือนกับองค์กรอื่น มีระยะเวลาชัดเจนเช่นกัน หรือคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ได้กำหนดไปในหมวดของกระบวนการยุติธรรมเพิ่ม และมีอีกหลายหน่วยงานควรต้องไปพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดเป็นข้อท้วงติง จะทำอย่างไรให้กฎหมายฉบับนี้เกิดประโยชน์สูงสุดกับปวงชน ก็คงต้องฟังผู้มาชี้แจง บางอย่างก็เสนอแนะไปให้คณะกรรมาธิการ ที่อาจจะมีการแต่งตั้งขึ้น ถ้ารับกฎหมายฉบับนี้ เพื่อจะทำให้กฎหมายเกิดความยุติธรรม โดยส่วนตัวถ้าปล่อยกฎหมายให้เป็นลักษณะอำนาจนิยมเกินไป ไม่คำนึงถึงสิทธิ เพราะวันนี้ถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทุกกฎหมายจะเกิดผลกระทบต่อประชาชน เพราะกฎหมายจำนวนมากออกมาโดยไม่ได้ปราดเปรื่อง ไม่ได้รอบคอบ แล้วคนที่ถูกบังคับใช้ ไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงในส่วนนั้น
สำหรับร่างกฎหมายนี้เป็นเหมือนลักษณะคำสั่งทั่วไป ควรกำหนดเวลามาตรฐานกลางให้ชัดเจน กำหนดความรับผิดชอบไว้ด้วย ซึ่งในกฏหมายกระบวนการยุติธรรมแต่ละองค์กรมีเวลาอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำตามเวลา ทำสำนวนเกินเวลา ก็ติดคุก แต่ที่สำคัญที่ผ่านมา คือ ขาดความรับผิดชอบ ในการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรม ที่เป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ปัจจุบันมีอยู่ 3 ศาล คือ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร ควรมีกรอบระยะเวลาไว้ด้วย ในจังหวัดภาคใต้มีปัญหามาก ที่ไปอยู่ศาลทหาร เพราะให้เขตอำนาจว่า ทหารกระทำผิดไม่มีพลเรือนร่วมไปขึ้นศาลทหาร
"ผมเคยยกตัวอย่างการแก้กฎหมายอย่างเช่น คดีท่าน ส.ว.ฟัครุดดีน บอตอ เหตุเกิดเมื่อปี 49 พอจับตัวคนร้ายได้ มาปี 60 เป็นว่า 11 ปี ศาลทหารชั้นต้นจึงตัดสิน แล้วก็อุทธรณ์ จนขณะนี้ปี 65 เป็นเวลา 16 ปีแล้ว ศาลอุทธรณ์ของของศาลทหารยังไม่มีมาเลย ขณะที่ผู้เสียหายเป็นพลเรือน แต่พอไปศาลยุติธรรม คดีคุณครูจูหลิง เกิดหลังนี้ ประมาณปี 50 ศาลฎีกาตัดสินไปแล้ว ลักษณะเช่นนี้ก็คงจะมาดูว่า ทำไมศาลทหารซึ่งมีปริมาณคดีไม่เยอะนัก ทำไมปล่อยคดีผู้เสียหายเป็นพลเรือน ถึงล่าช้า อันนี้ร่างพ.ร.บ.กำหนดระยะเวลากระบวนการยุติธรรม ก็อาจจะมีประโยชน์นะครับ ก็คงจะมาดูกันในรายละเอียดกันนะครับ" พ.ต.อ.ทวี กล่าว