ล่าสุดคนสนิทของผู้กองธรรมนัส คือ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร หนึ่งในกลุ่ม 21 ส.ส. จึงออกมาตอบโต้คนให้ข่าว โดยให้สัมภาษณ์พิเศษกับเนชั่นทีวี ซึ่งสรุปได้เป็นข้อๆ ดังนั้น
-ยืนยันไม่ได้ต่อรองตำแหน่ง
-ผู้กองไม่ได้บินไปพบคนแดนไกล แต่ไปสวิสฯ แถมบอกว่าถ้าจะคุย ไม่ต้องถึงขั้นบินไปก็ได้
-ปมถูกขับออกจากพรรค ไม่ได้เป็นการเตี๊ยมกัน จะเตี๊ยมไปทำไม
-เห็นคะแนนหลักสี่แล้วตกใจ เพราะเป็นพรรคใหญ่ แต่กลับได้คะแนนเท่านี้ ดังนั้น คะแนนที่ออกมามีนัยยะหลายอย่าง
ทว่า "ไผ่ ลิกค์" ไม่ได้บอกชัดๆ ว่านัยยะนั้นคืออะไร แต่กลับอธิบายปัจจัยอื่น ที่ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ได้คะแนนน้อย เช่น สิระ เจนจาคะ ก็ทำพื้นที่ตลอด เรื่องที่กลุ่มผู้กองไม่ได้ไปช่วยหาเสียงก็ไม่เกี่ยว เพราะออกจากพรรคมาแล้ว สรุปจากสิ่งที่ไม่ได้พูดถึง คือ งานนี้แพ้เพราะปัจจัยอื่นที่เหลือ ก็คือผลงานรัฐบาล ผลงานนายกฯ
ขณะที่อีกด้าน "ไผ่ ลิกค์" ก็ยืนยันว่า สองพ่อลูกตระกูลช่างเหลา ย้ายเข้าพรรคเศรษฐกิจไทยแน่ๆ โดยนัยคือการบอกว่า เสียงสนับสนุนยังแน่นเหมือนเดิม คือ อยู่ในระดับ 20 เสียง ไม่ใช่เหลือแค่สิบกว่าคนตามข่าว ฉะนั้นยังเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลได้อยู่
เมื่อมาดูเสียง ส.ส.ในสภาฯ ตอนนี้ มีอยู่ 474 เสียง กึ่งหนึ่ง คือ 237 เสียง การจะโหวตผ่านกฎหมายสำคัญ ต้องมีเสียง 238 แต่ปัจจุบันรัฐบาลเหลือแค่ 246 เสียง โดยหักกลุ่มของผู้กองออกไป 20 เสียง ส่วนฝ่ายค้าน 208 เสียง เท่ากับว่าเกินกึ่งหนึ่งเพียง 8 เสียงเท่านั้น
ท่าทีของ ไผ่ ลิกค์ เอกราช และผู้กองธรรมนัส ก็คือการออกมาเขย่ารัฐบาล หลังพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งซ่อมหลักสี่-จตุจักร และกำลังมีปัญหาเสียงปริ่มน้ำ แน่นอนว่าในทางการเมือง ไม่ต้องพูดให้มากความ ถ้าอยากให้สนับสนุน เสียงรัฐบาลแข็งแกร่ง ก็เอาเก้าอี้มา..ก็จบ เพราะตอนนี้เก้าอี้รัฐมนตรีว่างอยู่ 2 ตัวมาเนิ่นนานแล้ว
แต่เกมโต้กลับของฝั่ง "บิ๊กตู่" กับทีมนายกฯ ก็มีเหมือนกัน หากจำกันได้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นประเด็นข่าวผู้กองกำลังร้อนๆ ก็คือ 2 เรื่องที่มีคนสะกิดว่าให้จับตา อาจจะเกิดขึ้น
1.อาจมีคนไปสะกิด ป.ป.ช.ให้เร่งคดีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งโดนร้องเรียนไต่สวนอยู่แล้ว โดยเฉพาะการปกปิดการถือหุ้นในบางบริษัทที่ทำธุรกิจประหลาดๆ ประเภทหาสถานที่ตั้งบริษัทไม่เจอ
2.มีการจับแก๊งลักลอบขนสลากกินแบ่งรัฐบาลได้บ่อยครั้ง และฮึ่มๆ จะมีการรื้อโควต้าสลาก เพื่อแก้ปัญหาสลากแพง
เรื่องสลากแพง จู่ๆ นายกฯก็ลงนามในคำสั่งตั้งกรรมการแก้ไขปัญหาสลากแพงขึ้นมา ทั้งๆ ที่แก้มาตั้งแต่ยึดอำนาจ จนปัจจุบันก็ยังแก้ไม่ได้ เอาทหารเข้าไปนั่งเป็น ผอ.กองสลาก ก็ยังจบไม่ลง
กรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นเมื่อ 14 ม.ค. โดยเป็นไปตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 8/2565 แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งมี อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หนึ่งในกลุ่ม 6 รัฐมนตรี เป็นประธาน และมี ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน เป็นรองประธาน
ล่าสุดแรมโบ้อีสาน ให้สัมภาษณ์ "เนชั่นทีวี" วานนี้ ฟังดูแล้วย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา
"ผมได้รับผิดชอบเป็นหัวหน้าทีมเฉพาะกิจในการปราบสลากฯแพง โดยจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองปราบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำงานบูรณาการ เปิดสายด่วน 1111 รับเรื่องร้องเรียน เราจะลุยจัดการกับบรรดานายทุนใหญ่ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว จะทำให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเราเอาจริงเอาจริงและจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมาย และการแก้ไขปัญหาหวยแพง"
ซึ่งตลอดการให้สัมภาษณ์ แรมโบ้อีสาน ได้พูดย้ำถึง "นายทุนใหญ่" 4-5 รอบ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร แต่คำถามคือ ถ้ารื้อโควต้าสลากใหม่ ใครเดือดร้อน ต้องย้อนดูการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ผู้กองธรรมนัส อ้างที่มารายได้จากจำหน่ายสลากกินแบ่ง เดือนละ 3 ล้านบาท
ดังนั้น งานนี้ไม่รู้เกี่ยวกันหรือไม่ และหากมีการรื้อโควต้าสลาก หรือจัดการนายทุนเครือข่ายค้าสลากบางส่วนจริง จะกระทบถึงใคร และเรื่องนี้เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ จึงกลายเป็นประเด็นให้ต้องติดตามชนิดเรียกว่าลืมหายใจ