หลังความพ่ายแพ้ของพลังประชารัฐในพื้นที่ 2 จังหวัดภาคใต้ และหากย้อนกลับไปยังการเลือกตั้งปี 62 ที่พลังประชารัฐ ส่ง “ทนายแดง” ชวลิต อาจหาญ” ลงเลือกตั้งเขต 1 จ.ชุมพร โดยได้คะแนนไป 32,219 คะแนน และในการเลือกตั้งซ่อมรอบที่ผ่านมา “ทนายแดง” ทำคะแนนไปได้ 32,281 คะแนน
ส่วนการเลือกตั้งเขต 6 จ.สงขลา เมื่อปี 62 พลังประชารัฐ เวลานั้นส่ง “สมปอง บริสุทธิ์” เข้าชิงกับ “ถาวร เสนเนียม” ซึ่งถือว่าพรรษาการเมืองกล้าแกร่ง ก่อน พปชร. จะได้รับเสียงไว้วางใจไป 19,317 คะแนน แต่เมื่อถึงคราเลือกตั้งซ่อม พลังประชารัฐ ปรับแผนส่ง “โบ๊ต” อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ลงแข่งกับภรรยา “เดชอิศม์ ขาวทอง” รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ประชาธิปัตย์
โดย “โบ๊ต อนุกูล” สามารถคว้าไปได้ 40,531 คะแนน ขณะที่ “รองน้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล จากประชาธิปัตย์ กวาดไป 45,576 คะแนน ส่งผลให้ “รองน้ำหอม” กลายเป็นส.ส.หญิงคนแรกของสงขลา เข้าไปทำหน้าที่ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร
จากความพ่ายแพ้ถึง 2 สนามติด ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส แต่หากสังเกตกันให้ชัด เมื่อเทียบผลคะแนนระหว่างช่วงเลือกตั้งปี 62 กับการเลือกตั้งซ่อม จะพบว่าพลังประชารัฐ มีคะแนนขยับขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในพื้นที่สงขลา ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ฐานเสียงเดิมของพลังประชารัฐ แม้แต่น้อย
เมื่อมาสู่สนามเลือกตั้งซ่อม กทม. เขต 9 โดยไร้เงา “ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า” ในฐานะแม่ทัพคุมเกมเลือกตั้งซ่อม ที่ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ ด้วยการชู พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นมอตโต้หาเสียง หลังถอดบทเรียนจากสนามชุมพร และสงขลา ซึ่งเห็นได้จากการลงพื้นที่ปราศรัยของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พยายามย้ำถึงนายกฯ ลุงตู่
ทว่า 30 ม.ค.65 พลังประชารัฐ ยังต้องเสียเก้าอี้ที่พรรค เคยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 62 มา ขณะที่ ชัยวุฒิ ผอ.เลือกตั้งซ่อม ต้องเข้ารับการรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 จึงเกิดคำถามตามมาว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบกับความพ่ายแพ้รอบนี้
แต่ก็มีผู้พูดชัดเจนจาก “อนุชา นาคาศัย” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าไม่จำเป็นต้องมีใครรับผิดชอบ
เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่าจุดขายด้วยการชู พล.อ.ประยุทธ์ จึงอาจไม่ตอบโจทย์ หรือเปรียบได้กับแม่เหล็กที่ไร้แรงดูด จากนี้จึงกลายเป็นการบ้าน โดยเฉพาะกับพลังประชารัฐ หากต้องเดินการเมืองต่อ หากไร้ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เว้นเสียแต่ จะแยกย้ายเป็นการเฉพาะกิจ
ปัจจัย ‘พปชร.’แพ้ยับ!
1.คะแนนนิยมส่วนตัว "สิระ" ตกต่ำ หลังทำงานในสภา และมีคดีติดตัว และ หัวคะแนน กปปส.ต่อต้าน
2. พปชร.ไม่มีความเอกภาพ ไม่ได้จัดเวทีใหญ่ หาเสียง
3.คะแนนนิยม พปชร.-"ประยุทธ์-ประวิตร" ตกต่ำ
4. "ประยุทธ์" ไม่ชัดเจน กับท่าที ใน พปชร. ปชช.มองพรรคเป็นของ "ประวิตร" มากกว่า
5."สุรชาติ" ลงพื้นที่ต่อเนื่อง บวกคะแนนพรรคเพื่อไทย บวก คะแนน "สุดารัตน์ เกยุราพันธ์" แอบหนุน
6."อรรถวิชช์" ฐานเสียงเดิม หนาแน่น โดยเฉพาะจัตุจักร ตัดเสียง พปชร.
7."ไทยภักดี" แย่งฐานเสียงกลุ่มอนุรักษ์นิยม
8. พฤติกรรม "Voterโหวตสั่งสอน" แสดงออกว่ากำลังต่อต้านรัฐบาล
ผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 ชุมพร ปี62
ชุมพล จุลใส ประชาธิปัตย์ 42,683 คะแนน
ชวลิต อาจหาญ พลังประชารัฐ 32,219 คะแนน
ผลเลือกตั้งซ่อม 16 ม.ค. 65
หมายเลข 1 นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ประชาธิปัตย์ 49,014 คะแนน
หมายเลข 4 นายชวลิต อาจหาญ พลังประชารัฐ 32,281 คะแนน
ผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 6 สงขลา ปี 62
ถาวร เสนเนียม ประชาธิปัตย์ 28,465 คะแนน
สมปอง บริสุทธิ์ พลังประชารัฐ 19,317 คะแนน
ผลเลือกตั้งซ่อม 16 ม.ค. 65
หมายเลข 1 นางสาวสุภาพร กำเนิดผล ประชาธิปัตย์ 45,576 คะแนน
หมายเลข 3 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ พลังประชารัฐ 40,531 คะแนน