3.พรรคก้าวไกล ชนะเลือกตั้งในลำดับที่ 2 เหนือกว่าพรรคกล้า พปชร.และไทยภักดี ทั้งที่ใช้ทรัพยากรน้อยมาก ใช้การปราศรัยเป็นหลัก และการปราศรัยทุกครั้ง ไม่แตะต้องก้าวล่วงสถาบันเลย มุ่งนำเสนอปัญหาชาติในปัจจุบัน และสาเหตุของปัญหาว่า เกิดจากการรวบอำนาจ และสืบทอดอำนาจ
“ชัยชนะในหน่วยเลือกตั้งที่เป็นเขตทหาร สะท้อนถึงความตื่นตัวของทหารชั้นผู้น้อย และสะท้อนถึงการลงคะแนนโดยอิสระ สะท้อนถึงกองทัพไม่เป็นฝักฝ่ายทางการเมือง ที่สำคัญชัยชนะลำดับที่ 2 ของพรรคก้าวไกล สะท้อนถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลง ที่ทุกฝ่ายจะต้องให้ความสนใจ เพราะแม้พรรคก้าวไกลจะถูกโจมตีอย่างหนักจากพวกขวาจัด มาอย่างยาวนาน แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความต้องการเปลี่ยนแปลงนั้นได้เลย จะส่งผลต่อการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.และการเลือกตั้งใหญ่อย่างแน่นอน”
4. คะแนนเสียงของพรรคกล้า คือ คะแนนเสียงพื้นฐานของ ปชป.ย่อมส่งผลให้ ปชป.ต้องทบทวนท่าที และจุดยืนทางการเมืองว่าจะเอาอย่างไรกันต่อไป ผลจากการปราชัยจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมให้พรรคกล้าเสนอชื่อเป็นนายกฯ อย่างแน่นอน
5.การปราชัยของ พปชร.คือความปราชัยของความนิยม พล.อ.ประยุทธ์ พิสูจน์การสร้างกระแสโดยโพลบางโพลว่าไร้ค่า และไม่เป็นความจริง ที่สำคัญคือ พปชร.ต้องแบกรับผลที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลปัจจุบัน ทั้งที่หัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค และเหรัญญิกพรรค ไม่มีกระทรวงครองเลย
“ผลจากการปราชัยจะทำให้ พปชร.ต้องคิดอย่างหนัก ถ้าหากจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จึงเป็นไปได้ว่า พปชร.จะเสนอชื่อนายกฯ มากกว่า 1 คน”