หลั่งน้ำตากลางเวทีอีกแล้ว! "สุรชาติ" น้ำตาคลอกลางเวทีปราศรัยใหญ่พรรคเพื่อไทย ลั่นเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะทวงคืนศักดิ์ศรีให้ชาวหลักสี่-จตุจักร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ความคืบหน้าเวทีปราศรัยใหญ่พรรคเพื่อไทย ที่สวนสาธารณะ เคหะทุ่งสองห้อง เพื่อขอคะแนนชาวหลักสี่-จตุจักร ให้นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. กทม.เขต 9  ภายใต้คอนเซปต์ " เลือกเพื่อไทย : เพื่อศักดิ์ศรี เพื่อประชาธิปไตย เพื่อเงินในกระเป๋าพี่น้องประชาชน " นำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคจำนวนมาก 
เวลา 19.00 น. นายสุทิน คลังแสง ปราศรัยว่า วันที่ 30 ม.ค. ถ้าเราชนะ คนอีสานจะมีความหวังว่าเพื่อไทยจะกลับมา ดังนั้นฝากคนอีสานที่พลัดถิ่นมาอยู่ เขตจตุจักร- หลักสี่ ให้สร้างความหวังให้คนบ้านเรา ทำไมถึงอยากให้ “สุรชาติ” ชนะ ถึงแม้จะมีกระแสข่าวยุบสภาฯ ถ้าเลือก “สุรชาติ” เบอร์3 หลายคนบอกเพื่อสร้างความหวังใหม่สู่ปากท้องที่ดีกว่า เพื่อสั่งสอนรัฐบาลที่บริหารงานห่วย ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จิตตกแล้วพิจารณาตัวเอง ทั้งนี้สิ่งสำคัญแม้เป็น ส.ส. วันเดียวก็ต้องเลือก เพื่อต่อลมหายใจประชาธิปไตย และนำพรรคเพื่อไทยมาต่อสู่เผด็จการ วันนี้เป็นการตามล้างตามเช็ด การฆ่ากันระหว่างประชาธิปไตยและเผด็จการ เราสู้ทุกรูปแบบ ออกไปบนถนนก็โดนจับ วันนี้เราจริงจังกับเขตนี้ ต้องส่งผู้สมัครส.ส. เพื่อให้ประชาชนออกมาแสดงตัวตน แสดงอุดมการณ์ ว่าต้องการพรรคการเมืองที่สู้ให้กับประชาชนมาตลอด ทั้งนี้ผู้สมัครครั้งนี้มี 8 เบอร์ มีฝ่ายประชาธิปไตย 2 เบอร์ จำเป็นต้องทุบหม้อข้าวเข้าตีเมือง คราวนี้ต้องสู้เขาให้ได้ ส่วนอีก 6 เบอร์เป็นฝ่ายเผด็จการ ดังนั้นทำไมต้องเป็นเบอร์ 3 นอกจากยืนหยัดเพื่อประชาชนแล้ว ไม่ว่าจะถูกยุบกี่พรรค ปฎิวัติกี่ครั้งก็สู้มาตลอด รวมถึงเรามีคนเก่งมาให้คนเขตจตุจักร- หลักสี่ วันนี้ถ้า “สุรชาติ” ชนะหัวใจของประชาธิปไตย ลมหายใจจะพองโต ฝ่ายประชาธิปไตยถูกเหยีบยย่ำมานาน ขอชนะที่จตุจักร-หลักสี่ เพื่อหัวใจจะพองโต แต่ถ้าเราแพ้แล้วแพ้เล่า เกิดศูนพันธุ์ไปใครจะมาสู้ให้กับพี่น้องประชาชน 
 

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะบอกว่าพอแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ ไม่มีจิตใจทำงานเพื่อประเทศชาติ พอกันที พล.อ.ประยุทธ์ พอกันที รัฐบาลล้มเหลวในการบริหารประเทศ และเป็นรัฐบาลที่แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลย ถ้า พปชร. ชนะการเลือกตั้ง เขาจะบอกนี่ไงประชาชนนิยม พปชร. นิยม พล.อ.ประยุทธ์ และเป็นการบอกกับพวกเราว่า เลือกตั้งครั้งหน้าเขามีอำนาจรัฐ มีอำนาจเงิน ชนะการเลือกตั้งได้ พี่น้องต้องช่วยกันบอกว่า พปชร. ที่ทำให้ระบบพรรคการเมืองของตัวเองยับเยิน ประชาชนไม่เอาแล้ว ให้เราร่วมกันทำแฮตทริกให้แพ้ไปทั้งสามเขต ทั้งสงขลา ชุมพร และ กทม.หลักสี่-จตุจักร เราช่วยกันกลบหลุมฝัง พปชร.ในการเลือกตั้ง

"ทั้งที่ชูนโยบายความสงบจบที่ ลุงตู่ ผ่านมา 2 ปีกว่าสงบ ทำมาหากินไม่ได้เลย ไม่มีความคักคักในการดำรงชีวิตเลย ไม่รักแล้วตู่ ไม่เอาแล้วตู่ ประชาชนไม่เอาแล้ว ถ้าสุรชาติ ได้รับเลือกตั้ง อายุรัฐบาลจะสั้นลง อายุ พล.อ.ประยุทธ์ สั้นลง ไม่ถึง พ.ค. เพราะจะถูกคว่ำกลางสภาฯ ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 
 

ขณะที่ นายสุรชาติ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ชีวิตตนเหมือนฝัน การได้มายืนท่ามกลาง ส.ส. ประชาชน สำหรับตนที่มีความฝันอยากเป็นคนของประชาชน วันนี้เกินฝันไปแล้ว ทั้งนี้ความเป็น ส.ส. เป็นความฝันเดียวของตน และคนหลักสี่-ดอนเมืองได้เคยทำให้ความฝันของตนเป็นจริงไปแล้ว วันนี้ความฝันการเป็น ส.ส. เพื่อเข้าไปรับใช้ประชาชน เพื่อทำให้ชีวิตทุกคนดีขึ้น แต่ตนทำคนเดียวไม่ได้ ประชาชนต้องช่วยกัน พรรคเพื่อไทยและประชาชนจะทำได้ต้องช่วยกัน ทำไมตนต้องพูดเรื่องรถไฟฟ้า ระยะเวลา 2 ปีกว่าที่ตนเคยเป็น ส.ส. ได้มีส่วนผลักดันรถไฟฟ้าสายสีแดง ในสมัยรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งวันนี้มันเสร็จแล้วแต่ไม่มีคนได้ใช้เพราะราคาแพงเกินไป เราสร้างเพื่อให้คนใช้ ไม่ใช่เป็นอนุสาวรีย์  ไม่ว่าใครจะไปร้องเรียน และต้องการดึงตนเข้าสู่ความขัดแย้ง ตลอดเวลา 17 ปี ตนอยู่กับประชาชนไม่ออกไปว่า ไม่ออกไปด่าใคร แต่ออกไปพิสูจน์ว่าตนเหมาะสมกับประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้ตนจะไม่เข้าสภาฯ เพื่อไปปปกป้องใคร หรือทำลายใคร แต่จะเข้าไปปกป้องประชาชน การเมืองของตน และนโยบายของตนต้องให้เกียรติประชาชน 

“ตลอดเวลา 17 ปีตนใช้เวลาปกป้องประชาชน เวลาเห็นนักการเมือง เห็นข้าราชการเอาเปรียบประชาชน ตนจะเข้าไปหาไปบอกว่าไม่มีนักการเมือง ข้าราชการที่ใหญ่กว่าประชาชน ทั้งนี้ขอฝากไปยังข้าราชการว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่การทำลายล้าง แต่เปลี่ยนด้วยทัศนคติที่ดี พรรคเพื่อไทยเราเคยปฎิรูประบบราชการครั้งใหญ่มาแล้ว ซึ่งไม่ใช่แค่ประชาชนมีความสุข ข้าราชการก็มีความสุข และเราจะทำอีกครั้ง  

ทั้งนี้ตนเคยเสียน้ำตาครั้งเดียว คือหลังวันเลือกตั้งหนึ่งวันตนได้ออกไปหาพี่ป้าน้าอา และพี่ป้าน้าอาที่วิ่งออกมาร้องไห้กับความพายแพ้ของตน ดังนั้นวันนี้เราจะแพ้ไม่ได้อีกแล้ว ความเป็นลูกหลานนักการเมือง เกิดขึ้นมาในฐานะลูก ส.ส. สภาฯ เป็นที่ใฝ่ฝันของตน แต่ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยไปเหยียบสภาฯ และตนหวังว่าจะไปเหยียบในฐานะ ส.ส. เท่านั้น และตนไปครั้งแรกในฐานะ ส.ส. ปี 54 และการเลือกตั้งปี 62 ที่ตนพ่ายแพ้ ตนยินดีทำงานเพื่อพรรคเพื่อประชาชน แต่ตนขอไม่ไปเหยีบสภาฯ ในกรณีใดๆ ตั้งใจว่วจะกลับไปเหยียบในฐานะ ส.ส. เท่านั้นทุกคำสัญญา ทุกสำนึก ตนยังแบกเอาศักดิ์ศรีของคนหลักสี่ไปเสมอ ครั้งนี้เป็นเลือกตั้งสำคัญไม่ใช่แค่ชีวิตตน หรือคนหลักสี่-จตุจักร วันอาทิตย์นี้เรามาชนะด้วยกัน พี่ป้าน้าอา ไม่ต้องไปส่งตนที่สภาฯ แต่ตนจะแบกศักดิ์ศรีของคนจตุจักร-หลักสี่เข้าสภาฯ เอง” นายสุรชาติ กล่าว