เบอร์ 2 “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” ผู้สมัครจากพรรคกล้า แม้จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่ผ่านสนามเลือกตั้งซ่อมมาแล้ว 3 ทำให้กระแสของพรรคกล้าพอมีอยู่บ้าง และ อรรถวิชช์ เคยเป็นอดีตส.ส.ในเขตพื้นที่นี้มาก่อน จึงมีพื้นที่ฐานเสียงบางส่วนอยู่ในเขตจตุจักร ในช่วงที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
แน่นอนว่าความนิยมในตัวของ “อรรถวิชช์” ยังมีอยู่พอสมควร บวกกับกระแสของพรรคกล้าที่มีบางโพลสำรวจออกมาว่า “คนหลักสี่-จตุจักร” อยากลองของใหม่ ทำให้คะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายปรับขึ้นพอสมควร
เบอร์ 3 “สุรชาติ เทียนทอง” ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมในตัวของ “สุรชาติ” ที่ได้จากฐานเสียงในพื้นที่ มีมากกว่าคะแนนนิยมของพรรคหลายเท่าตัว จากการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 “สุรชาติ” ได้ 32,115 คะแนน ซึ่งมีความเป็นได้สูงที่จะรักษาฐานดังกล่าวเอาไว้ได้ ที่สำคัญแม้ “สุรชาติ” ไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง แต่ยังทำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีจุดแข็งที่ได้เปรียบกว่าผู้สมัครรายอื่นอยู่พอสมควร
เบอร์ 6 “กรุณพล เทียนสุวรรณ” ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล คะแนนนิยมในตัวของ “กรุณพล” สูสีกับคะแนนนิยมของพรรคก้าวไกล โดยมีฐานของ “กลุ่มคนรุ่นใหม่” ให้การสนับสนุน น่าจับตาว่านิวโหวตเตอร์ ที่เป็นฐานเสียงของพรรคก้าวไกล จะเทคะแนนให้มากน้อยเพียงใด
เบอร์ 7 “สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ” หรือมาดามหลี ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ต้องยอมรับว่าคะแนนนิยมในตัวของ มาดามหลี มีน้อยกว่าคะแนนนิยมของพรรคพลังประชารัฐอยู่มาก ที่สำคัญความวุ่นวายภายในพรรคพลังประชารัฐ ยิ่งส่งผลให้คะแนนนิยมของพรรคตกลงอีก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “สรัลรัศมิ์”
ดังนั้นโค้งสุดท้ายจึงปรับกลยุทธ์ เลือกชูผลงานของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อหวังดึงคะแนนจากแฟนคลับ “บิ๊กตู่” ให้ช่วยเทคะแนนให้