จากทฤษฎีการรัฐประหาร เมื่อมาวิเคราะห์กันต่อว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ จะเดินไปสู่จุดตามที่มีคนได้กลิ่น...หรือไม่
"เนชั่นทีวี" ได้พูดคุยกับนักวิชาการด้านความมั่นคง ซึ่งเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดของหน่วยงานในฝ่ายความมั่นคงหน่วยหนึ่ง ซึ่งนักวิชาการรายนี้ประเมินว่า "ในอนาคตอันใกล้ ยังไม่มีทางเกิดการรัฐประหารได้เลย" เหตุผลคือ
1.พรรคเพื่อไทยพูดเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารมาตลอด เมื่อปีที่แล้วที่มีการชุมนุมก็พูดหลายครั้ง เป้าหมายเพื่อสร้างกระแส และน่าจะหยิบประเด็นนี้มาพูดต่ออีกในอนาคต
2.ถ้ามองสถานะรัฐบาลตอนนี้ อาจจะซวนเซไปบ้างจากกรณี "21 ส.ส.กลุ่มผู้กอง" แต่ภาพรวมของเหตุการณ์น่าจะเป็นการ "แยกกันเดิน" เพื่อลดปัญหาขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ มากกว่าการ "ยืนคนละฝ่าย" แบบไม่เผาผีกัน
3.รัฐบาลแม้จะเสียงปริ่มน้ำ แต่ก็ยังมีเสถียรภาพระดับหนึ่ง และมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งอยู่ประมาณ 10-13 เสียงในขณะนี้ ฉะนั้น จึงน่าจะเดินหน้าต่อไปได้ โดยช่วงที่จะมีการลงมติกฎหมายสำคัญ หรือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ก็น่าจะมีวิธีการพิเศษเพื่อทำให้ผ่านไปได้ในที่สุด
4.ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่กดดันรัฐบาลอยู่ นอกเหนือจากปัญหาการเมืองจากความขัดแย้งภายใน แนวโน้มเริ่มผ่อนคลาย ทั้งปัญหาโควิด และเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องสินค้าแพง เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้
5.ในระยะเวลา 5-6 เดือนนับจากนี้ ก่อนถึงช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี นายกฯน่าจะประคองสถานการณ์ให้รัฐบาลผ่านพ้นไปได้ แล้วค่อยไปตัดสินใจช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานจริงๆ ว่าจะยุบสภาฯ หรือจะทำอย่างไร
6.ผู้นำกองทัพขณะนี้ ยังไม่มีใครสามารถรวมศูนย์อำนาจในกองทัพได้ และ "บิ๊กตู่" ยังมีบารมีในหมู่ทหาร
มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่นักวิชาการอดีตหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงไม่ได้พูดถึง แต่มีนักวิชาการอีกคนพูดถึง คือ ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับทางเลือก "5 ไม่" ที่นายกฯจะไม่เลือก จากสถานการณ์กบฏร้อยเอก โดยหนึ่งใน 5 ข้อที่อาจารย์หยิบยกมา คือ "ไม่ยึดอำนาจ ไม่รัฐประหาร"
โดย ศ.ดร.สุรชาติ ให้เหตุผลว่า แม้การ "ล้มกระดาน" ด้วยการทำรัฐประหาร จะเป็นทางออกดีที่สุด หากใช้การตัดสินใจด้วย "ชุดความคิดแบบเก่า" คือ ชุดความคิดประเภท เจอทางตันก็ปฏิวัติ แต่หากประเมินในสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว อาจจะต้องยอมรับว่า การรัฐประหารครั้งใหม่ในการเมืองไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังมีปัจจัยลบซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการทำรัฐประหารหลายประการ
อย่างน้อยความรุนแรงจากการต่อต้านรัฐประหารในเมียนมา ก็เป็น "สัญญาณนาฬิกาปลุก" ให้นักรัฐประหารในไทยต้องตื่นจากความฝัน เพื่อที่จะตระหนักว่า รัฐประหารไม่ใช่ทางออกสำหรับแก้วิกฤติการเมืองไทย เพราะจะนำไปสู่ภาวะ "เสือกัดพลเอก" และการตัดสินใจยึดอำนาจจะส่งผลให้สถาบันกองทัพตกเป็น "จำเลยการเมือง" ไปด้วย
ขณะที่ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จากรั้วจุฬาฯ เชื่อว่า "โอกาสรัฐประหาร = 0" พร้อมอธิบายสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากขาดเงื่อนไขที่จะทำรัฐประหาร
โดยเงื่อนไขมีดังนี้
1.ไม่มีความขัดแย้งแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างรุนแรง
2.ไม่มีการเมืองบนท้องถนนที่มวลฃนสองฝ่ายออกมาตั้งหลักประท้วงเป็นจำนวนมาก
3.การเปลี่ยนรัฐบาลตามครรลองรัฐธรรมนูญยังเป็นไปได้ ไม่ถึงทางตัน
4.ทุกฝ่ายยังมีความหวังในการเลือกตั้ง
5.ไม่มีประเด็นดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ณ ขณะนี้
6.กระบวนการยุติธรรมยังทำงานได้อยู่