เมื่อวันที่ 27 มกราคม ศาลแขวงโตเกียวของญี่ปุ่น ได้เปิดการพิจารณาคดีที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนทั้งประเทศเป็นครั้งแรก กรณีเด็กหญิง 3 ขวบ ต้องอดตายอย่างน่าเวทนา เพราะแม่ทิ้งไว้ที่บ้านขณะไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนหนุ่มนานถึง 8 วัน 

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ศาลแขวงโตเกียวเริ่มพิจารณาคดีแม่ญี่ปุ่นทิ้งลูก

 

เหตุการณ์สุดสลดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ปี 2564 เมื่อ "ซากิ คาเคฮาชิ" วัย 26 ปีอดีตพนักงานผับที่อาศัยอยู่ที่เขตโอตะ ของกรุงโตเกียว ถูกจับข้อหาทอดทิ้ง "โนอะ" ลูกสาววัย 3 ขวบ ไว้ที่อะพาร์ตเมนต์ที่มีสภาพเหมือนห้องเก็บขยะเพียงลำพัง ตั้งแต่วันที่ 5 ถึง 13 มิถุนายน ขณะที่ไปเที่ยวเกาะคาโงชิมะกับผู้ชาย ทำให้เด็กน้อยอยู่ในสภาพหิวโหยและขาดน้ำอย่างรุนแรง เมื่อกลับมาพบว่าลูกสาวไม่หายใจ เธอกลัวความผิดจึงรีบเปลี่ยนผ้าอ้อมและเช็ดตัวให้และแจ้งตำรวจ โดยอ้างว่าลูกสาวป่วยกินอาหารได้น้อยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา 

 

แต่พอผลการชันสูตรออกมา ก็พบว่ากระเพาะอาหารกับลำไส้เล็กของเด็กว่างเปล่า เยื่อเมือกในปากแห้ง น้ำหนักตัวแค่ 14 กก. มา 3 ปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐาน เพราะขนาดเด็ก 6 เดือน น้ำหนักเฉลี่ยยังอยู่ที่ 11.4 กก. และการที่เด็กไม่ได้เปลี่ยนผ้าอ้อม จมอยู่กับความหมักหมมมานานทำให้ผิวหนังบริเวณก้นอักเสบ

 

 

ศาลแขวงโตเกียวเริ่มพิจารณาคดีแม่ญี่ปุ่นทิ้งลูก

 

เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน เธอยอมรับข้อกล่าวหาอย่างสงบ แต่ก็อ้างว่าอยากกลับไปหาลูกเร็วกว่านี้แต่หาตั๋วเครื่องบินไม่ได้ เพราะเป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่ในห้องมีขวดน้ำขนาด 600 มล. และขนมอีกนิดหน่อย ตำรวจเชื่อว่าเธอไม่ได้บอกผู้ชายว่ามีลูก เมื่อถูกเขารั้งไม่ให้กลับเธอจึงไม่กล้ากลับ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอปล่อยลูกอยู่ตามลำพังนาน ๆ โดยเคยทิ้งไว้เกิน 24 ชั่วโมง 13 ครั้ง, 40 ชั่วโมง 4 ครั้ง และ 62 ชั่วโมง 2 ครั้ง เธอพยายามแก้ตัวด้วยว่าสมัยเด็กเคยถูกพ่อแม่ทำร้ายรุนแรง จนต้องไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่ 8 ขวบ ต้องเติบโตมาเพียงลำพังและไม่รู้เรื่องการดูแลเด็ก ส่วนเพื่อนบ้านบอกว่าซากิไม่เคยสุงสิงกับใคร ก็เลยไม่มีใครสนใจว่าเธอกับลูกอยู่ที่ห้องหรือไม่ คนที่พบเห็นเวลาเธอไปเที่ยวกลางคืน ก็บอกว่าไม่รู้เลยว่าเธอมีลูก