แฟนคลับว่าไง? "ปวิน" โพสต์เฟซบุ๊กรัวๆ แซะ "อดีตพระ" สึกแล้วทำอะไรก็ได้ แม้บวชมานาน แต่ไม่มีความเป็น "พระ" ติดตัวออกมาด้วย สะท้อนจุดวิกฤตสังคมสงฆ์ ด้านโลกโซเชียลจับโยงอดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กำลังเป็นประเด็นดราม่าอยู่ในเวลานี้ เมื่ออดีตพระนักเทศน์ชื่อดังหลายคน เลือกเส้นทางเดินใหม่ ด้วยการลาสิกขาออกมาจากวงการ “ผ้าเหลือง” ก่อนผันตัวเข้าสู่วงการบันเทิงแบบเต็มตัว

 

แต่ที่เป็นไฮไลท์ให้ถกเถียงไม่เว้นวัน คงเป็นอดีตพระนักเทศน์ชื่อดังรูปหนึ่ง โพสต์รูปภาพและทำกิจกรรมใกล้ชิดคู่ “หนุ่มหน้าใส” บ่อยครั้ง จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น

ล่าสุดนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการชื่อดัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “Pavin Chachavalpongpun” ว่า สังคมพุทธคือสังคมผู้ชายเป็นใหญ่ (patriarchy) ไม่ต้องพิสูจน์อะไรมาก แค่การอนุญาตให้ผู้หญิงบวชแบบเท่าเทียมก็ไม่ได้ รวมไปถึงการปฏิบัติของพระต่อผู้หญิง (สีกา) เอาจริงๆ การเหยียดเลยไปถึงกลุ่ม LGBTQ ด้วย นี่เป็นสังคมที่ต้องชำระ แต่มันเป็นแคมเปญที่ต้องใช้เวลานาน และต้องฝ่าด่านอนุรักษ์นิยมอีกมาก

 

“ทีนี้คนที่ผ่านการบวชมา โดยเฉพาะการบวชนานๆ ก็มีแนวโน้มว่าจะติดเอานิสัยชายเป็นใหญ่มาด้วย ที่ตลกร้ายคือ บางคนเป็น LGBTQ กลับติดเอานิสัยชายเป็นใหญ่มาหลังจากลาสิกขาแล้ว เอาจริงๆ คนที่บวชนานๆ อาจเหมือนคนที่ติดคุกนานๆ พอเป็นอิสระแล้วชีวิตไปไม่ถูก ใครงง ขอให้ดู The Shawshank Redemption ค่ะ”

"อ.ปวิน" แซะ "อดีตพระนักเทศน์" สึกแล้วทำอะไรก็ได้ ชี้วิกฤตวงการผ้าเหลือง

จากนั้น “อ.ปวิน” โพสต์อีกรอบว่า ขอถามหน่อยค่ะ พระที่บวชเรียน ที่ต้องฝึกวินัยสงฆ์ ที่ต้องฝึกขันติ ที่ต้องปฏิบัติธรรม ที่ต้องเป็นแบบอย่างให้ฆราวาส เพื่อให้เป็นที่เคารพ ฯลฯ มันมีจุดมุ่งหมายอยู่แค่นั้นหรอ หรือจริงๆ มันเป็นการฝึกตัวตนเพื่อให้เป็นสมบัติติดตัว ไม่ว่าจะยังบวชเป็นพระอยู่หรือสึกออกไปแล้ว

 

เพราะหลังๆ ได้ยินมาว่า พอพระสึกแล้ว ยังต้องปฏิบัติตนเป็นพระอีกทำไม ไม่อย่างงั้นจะสึกออกมาทำไม นั่นหมายความว่า การเป็นสงฆ์ สามารถประพฤติเป็นสงฆ์ในเวลาที่เป็นสงฆ์เท่านั้น สึกแล้วก็จบกัน จะทำตัวแบบไหนก็ได้ จะร้าย จะวีน จะไม่มีขันติก็ได้ ถ้างั้น แสดงว่า การเป็นสงฆ์ไม่ได้ให้อะไรเราติดตัวมาเลยหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้น สังคมสงฆ์ถึงจุดวิกฤตแล้วนะ #สังคมสงฆ์พังแน่

"อ.ปวิน" แซะ "อดีตพระนักเทศน์" สึกแล้วทำอะไรก็ได้ ชี้วิกฤตวงการผ้าเหลือง