คนที่ตกลงเข้าร่วมงานแล้วแน่นอน ก็เช่น นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนั้นยังมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ทั้งในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยในอดีต และในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วย
จุดขายสำคัญที่ทำให้ "พรรคสร้างอนาคตไทย" ถูกพูดถึงกันมากในแวดวงการเมือง คือ การประกาศชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค โดยจะไม่เสนอชื่อเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตแน่นอน ซึ่งจุดขายนี้ชัดเจนว่าเป็นการแยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐ และการเป็น "พรรคสาขา" ของพรรคพลังประชารัฐตามที่หลายฝ่ายวิจารณ์ และยังชิงความได้เปรียบในช่วงที่คะแนนนิยมของรัฐบาลกำลังตกต่ำจากปัญหาสินค้าราคาแพง สร้างภาพพรรคให้โดดเด่นขึ้นมาด้วย
คำประกาศของ นายสนธิรัตน์ เกี่ยวกับคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคสร้างอนาคตไทย จะเสนอ 3 ประการ คือ 1.เป็นผู้มีความรู้ความสามารถแก้วิกฤติประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนได้ 2.จะต้องเป็นผู้มีบารมีมากพอที่จะรวมพลังพี่น้องคนไทยมาช่วยกันแก้ปัญหาบ้านเมือง และ 3.เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ สามารถนำพาประเทศพ้นวิกฤตินั้น
จากคำประกาศนี้ ชัดเจนว่าก้าวต่อไปของพรรคสร้างอนาคตไทย จะมีการเปิดตัว ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ค่อนข้างแน่ เพราะทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ และผลงาน ตลอดจนประสบการณ์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ มีมากพอที่จะเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับพี่น้องประชาชนได้
สถานการณ์ขณะนี้จึงอยู่ที่การ "รอเวลา" ที่เหมาะสมเท่านั้น และอาจจะยังมีเซอร์ไพรส์เตรียมไว้ให้หลายคนได้ฮือฮากันอีกด้วย