มีรายงานเพิ่มเติมว่า พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่ต้อนรับและฉีดวัคซีนให้คุณธนาธร ไม่ได้มีทัศนคติเป็นลบกับคุณธนาธร ประกอบกับด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบคนไข้หรือกลุ่มเสี่ยงทุกคน จึงไม่ได้ไล่กลับหรือเชิญกลับ ได้ตัดสินใจฉีดให้ตามปกติ และลงทะเบียนในระบบหมอพร้อม ชื่อขอบคุณธนาธรจึงปรากฏเป็นประวัติในหมอพร้อม และเมื่อถึงเวลาต้องฉีดเข็มสอง ก็มีการแจ้งนัดไป แต่คุณธนาธรก็ไม่ได้มารับเข็มสองที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ฯ
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับทีมสาธารณสุขระดับจังหวัดที่รับทราบเหตุการณ์นี้มาตั้งแต่ต้น สรุปว่า
1. เครือข่ายของคุณธนาธร สามารถจัดให้ฉีดวัคซีนได้ในเขตอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพราะมีโรงงานและคนรู้จักมาก เนื่องจากประกอบธุรกิจในพื้นที่มานาน แต่ทางผู้เกี่ยวข้องไม่เลือกให้ฉีดในพื้นที่บางพลี เพราะเกรงจะเป็นข่าวดัง
2. มีการติดต่อไปที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ฯ โดยให้ทีมงานแจ้งไปทางผู้ใหญ่ในพื้นที่ ให้แจ้งไปที่โรงพยาบาลว่า จะมี “วีไอพี” ไปฉีด 1 คน แต่ไม่บอกว่าเป็นใคร เมื่อไปถึง หมอ พยาบาล ก็รู้สึกอึ้ง (เพราะข่าววิจารณ์วัคซีนตอนนั้นแรงมาก) แต่ก็ต้องฉีดให้
มีข้อมูลเสริมจากเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่ยังทำงานอยู่จนถึงปัจจุบัน ระบุว่า
1.แต่ละวันมีวัคซีนเหลือจำนวนมากจริง เป็นวัคซีนที่เหลือค้างในขวดที่เปิดฉีดแล้ว ทางโรงพยาบาลจึงใช้วิธีโทรตามผู้ที่ลงทะเบียนไว้ให้รีบมาฉีด เพราะวัคซีนที่ดูดจากขวดเกิน 6 ชั่วโมง ประสิทธิภาพจะลดลง
2.กลุ่มเป้าหมายบางรายแจ้งกลับมาว่า ไม่มีความพร้อม ทั้งด้านร่างกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ และไม่สะดวกเดินทางช่วงเวลานั้น จึงบอกปฏิเสธและขอเลื่อนวันฉีดออกไป เป็นจังหวะเดียวกันกับทีมงานของคุณธนาธรโทรมาสอบถาม ติดต่อลงทะเบียนกับทางโรงพยาบาล เมื่อมีวัคซีนเหลือจึงได้ฉีดทันที
3.การฉีดในเวลา 19.15 น. ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะบางรายที่ทางโรงพยาบาลโทรตาม กว่าจะเดินทางมาถึง กว่าจะพร้อมฉีด บางวันเวลาล่วงเลยถึง 21.00 น. ฉะนั้นเรื่องเวลาถือว่าปกติ
4.คุณธนาธรทำงานในเขตสมุทรปราการ ย่อมมีสิทธิ์ได้รับวัคซีนเหมือนบุคคลอื่นๆ
5.บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ ไม่รู้จักคุณธนาธรเป็นการส่วนตัว และไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะเดินทางมาฉีดวัคซีน เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นความบังเอิญ