มีอะไรบ้างอ่านที่นี่! สธ. ยก 4 มาตราการคุมโควิดระลอกใหม่ ไล่จากเบาไปหาหนัก พร้อมเตรียมคุมเข้ม 12 จว. สีแดง ที่พบผู้ติดเชื้อมากกว่า 100 คน ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ เริ่ม 7 ม.ค. นี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่ส่อเค้ารุนแรงเพิ่มมากขึ้น จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีตัวเลขเพิ่มสูง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบต้องหามาตรการควบคุมการแพร่ระบาดระลอกใหม่นี้

 

     ล่าสุดวันนี้ (6 ม.ค.) มีรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีการออกระบบเตือนภัยทั้งหมด 5 ระดับ คือ ระดับ 1 ใช้ชีวิตได้ปกติ  ระดับ 2 เร่งเฝ้าระวัง คัดกรอง ระดับ 3 จำกัดรวมกลุ่ม ระดับ 4 ปิดสถานที่เสี่ยง และระดับ 5 จำกัดการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้ระดับการเตือนภัยจากโควิด-19 และคำแนะนำประชาชน สถานประกอบการปี 65 ทุกระดับ ทุกคน และผู้ประกอบการ ให้ปฎิบัติตามมาตรการ VUCA โดยเฉพาะมาตรการ UP เน้นสวมหน้ากาก 100%  

 

     ทั้งนี้สำหรับรายละเอียดระดับ 3 จำกัดรวมกลุ่ม ไปสถานที่เสี่ยง ทุกคนงดเข้าสถานบันเทิง เลี่ยงเข้าสถานที่ระบบปิด/ แออัด ร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก กลุมเสี่ยง / ผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์เลี้ยงร่วมกิจกรรมรวมกลุ่มจำนวนมาก เดินทางข้ามพื้นที่/ข้ามจังหวัด กลุ่มเสี่ยง / ผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เลี่ยงโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท เดินทางเข้า-ออกประเทศ กลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ งดเดินทางไปต่างประเทศ คนทั่วไปเลี่ยงไปต่างประเทศ เข้าประเทศ / กักตัว 

 

     ขณะที่ระดับ 4 ปิดสถานที่เสี่ยง ทุกคนงดไปทานอาการร่วม-ดื่มสุราในร้าน งดเข้าสถานที่เสี่ยงทุกประเภท ร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก ทุกคนเลี่ยงใกล้ชิดผู้อื่นนอกบ้าน งดร่วมกิจกรรมรวมกลุ่ม เดินทางข้ามพื้นที่/ข้ามจังหวัด ทุกคนงดโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภทโดยไม่จำเป็น เดินทางเข้า-ออก ประเทศทุกคนงดเดินทางไปต่างประเทศ เข้าประเทศ /กักตัว 

 

สธ. ยก 4 มาตราการเชิงรุกคุมโควิดระลอกใหม่ พร้อมเตรียมคุมเข้ม 12 จว. สีแดง
 

     นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สรุปภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 ว่า เชื้อกระจายไปทั่วโลก และในหลายๆ ทวีป ที่ข้อสังเกตคืออัตราการเสียชีวิตเริ่มลดน้อยลงจากเดิม อยู่ที่ 2.2% ขณะนี้เหลือ 1.8% เพราะเชื้ออ่อนแรงเนื่องจากมีการฉีดวัคซีนไปทั่วโลก และการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

     ส่วนประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่รายงาน 5,775 ราย เพิ่มมากกว่าค่าเฉลี่ยใน 7 วันย้อนหลัง ซึ่งอยู่ที่ 3,561 ราย วันนี้เป็นวันที่ผู้ป่วยเพิ่มค่อนข้างมาก โดยเป็นผู้มาจากต่างประเทศ 215 รายโดยจากระบบ test & go 135 ราย แซนด์บ็อกซ์ 62 ราย แต่แนวโน้มคนมีอาการหนักปอดอักเสบลดลง เหลือ 536 ราย และผู้ที่มีอาการมากต้องใส่ท่อช่วยหายใจลดลงเหลือ 146 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 11 คน แนวโน้มลดลง 

 

     สำหรับผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดในวันนี้เป็นผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี หรือมีโรคประจำตัวเรื้อรัง เพราะฉะนั้นท่านใดที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ขอให้ลูกหลานผู้เกี่ยวข้องแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขพาคนเหล่านี้ไปรับวัคซีนเพราะวัคซีนพิสูจน์หลายครั้งแล้วว่าลดการเสียชีวิตในผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังและผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี
 

สธ. ยก 4 มาตราการเชิงรุกคุมโควิดระลอกใหม่ พร้อมเตรียมคุมเข้ม 12 จว. สีแดง

     นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า ในการประชุม ศบค. วันที่ 7 ม.ค. นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เตรียมเสนอปรับระดับสีจังหวัด เบื้องต้นจะมีอยู่ 10 จังหวัดที่มีอัตราการติดเชื้อเกิน 100 รายต่อวัน แต่ต้องประเมินอีกครั้ง สำหรับมาตรการที่จะเข้าไปดำเนินการนั้นเบื้องต้นกรณีพื้นที่สีแดง สีส้ม ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข

     มีรายงานว่า จากเอกสารประกอบการแถลงข่าวของ สธ. พบมี 12 จังหวัดที่มีอัตรการติดเชื้อรายใหม่ เกิน 100 ราย อันดับ 1. คือ จังหวัดชลบุรี ติดเชื้อ 769 ราย 2.สมุทรปราการ 494 ราย 3.กทม. 454 ราย 4.เชียงใหม่ 378 ราย 5.อุบลราชธานี 348 ราย 6.ขอนแก่น 242 ราย 7.ภูเก็ต 226 ราย 8.ระยอง 121 ราย 9.นครศรีธรรมราช 120 ราย 10.อุดรธานี 116 ราย 11.ฉะเชิงเทรา 108 ราย และ 12.มหาสารคาม 100 ราย 

 

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค