ซึ่งจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในรูปแบบนักท่องเที่ยว ในรูปแบบ Test & Go ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยหากย้อนไปตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน มีการติดเชื้อที่ 0.08% เดือนธันวาคม มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 0.38% รายเดือนมกราคมแม้ว่าจะผ่านไปเพียง 4 วันพบว่าผู้ติดเชื้อสูงถึง 2.12 % และรองลงมาคือผู้ติดเชื้อที่เข้ามาในระบบ sandbox ซึ่งวันนี้พบว่ามีผู้ติดเชื้อในการเดินทางรูปแบบดังกล่าว 30 ราย และพบผู้ที่ติดเชื้อที่เข้ามาในรูปแบบของQuarantine อีก 24 ราย
โดยหากดูยอดติดเชื้อผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 169 รายในวันนี้ พบการติดเชื้อในระบบ Test & Go ถึง 67% แบบ sandbox 18% และแบบQuarantine 15% ซึ่งหากดูจากระยะเวลาวันที่ติดเชื้อพบว่าพบการติดเชื้อตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึงถึงจำนวน 74 รายคิดเป็น 43.79% และพบมากอีกครั้งในวันที่ 4-7 ถึงจำนวน 55 ราย คิดเป็น 32.54% ซึ่งผู้ติดเชื้อ 169 ราย พบว่าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติถึง 85.21% โดยไม่มีอาการสูงถึง 50. 89%
และหากมีการจำแนก การเดินทางเข้าราชอาณาจักรใน 5 ลำดับแรก ประกอบด้วยสหราชอาณาจักร มีอัตราการติดเชื้ออยู่ที่ 5.92 % สหรัฐอเมริกา 5.30% เยอรมนี 2.85% สวีเดน 2.3% และฝรั่งเศส 2.17%
ส่วนคลัสเตอร์ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขและศบค.มีความเป็นห่วงอย่างมาก คือคลัสเตอร์ในร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีลักษณะกึ่งผับบาร์ ทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แถวๆนิมมานและในเมือง พะเยา ขอนแก่น จังหวัดชลบุรี ร้านเหล้า มหาสารคาม สถานบันเทิงอุดรธานี ร้านอาหารกึ่งผับซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานบันเทิงคือจังหวัดอุบลราชธานี แม้แต่ในกรุงเทพฯ ซึ่งคลัสเตอร์ร้านอาหารที่รายงานเข้ามาในช่วงเทศกาลปีใหม่ จากการรายงานการสอบสวนโรค พบว่าเป็นการติดเชื้อภายในร้านอาหารกึ่งผับ
ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานบันเทิงที่ฝ่าฝืน และเปิดให้บริการไม่ใช่ช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่มีการฝ่าฝืนเปิดบริการมาตั้งแต่ก่อนสิ้นปี กลางเดือนธันวาคม โดยไม่มีมาตรการ Covid Free Setting มีลักษณะปิดทึบอากาศ ไม่ระบายหมุนเวียน ไม่มีการเว้นระยะห่าง พนักงานไม่สวมหน้ากาก มีพนักงานส่งเสริมการขาย ไม่มีการจำกัดจำนวนคนเข้ารับบริการ
โดยอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุว่าหากเกิดการติดเชื้อในสถานประกอบการลักษณะดังกล่าว มีการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมาก ก็มีโอกาสเป็นต้นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาด ลงไปในระดับชุมชน และครอบครัว ซึ่งจะคล้ายกับการระบาดในแต่ละรอกที่ 3 เช่นเดียวกับการระบาดในสถานบันเทิงย่านทองหล่อ
โดยหากคาดการณ์สถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศ ในช่วงหลังจากเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งมีแนวโน้มในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งหน่วยงานองค์กรต้องเคร่งครัดเรื่องมาตรการความปลอดภัย ขณะที่การคาดการณ์อัตราการเสียชีวิตยังไต่อยู่ระดับอยู่ในตามที่คาดการณ์เอาไว้ โดยแพทย์หญิงสุมนียอมรับว่าสถานการณ์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไว้วางใจไม่ได้ เนื่องจากยังมีผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจึงกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับการติดเชื้อ
โดยมาตรการสำคัญในสัปดาห์นี้หลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่ามีผู้เดินทางกลับต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือ ให้มีการตรวจ ATK ก่อนเข้าทำงาน โดยเฉพาะประชาชนที่เดินทางกลับจังหวัดกลุ่มเสี่ยง เช่นชลบุรีเชียงใหม่ อุบลราชธานี ขอนแก่น มหาสารคามอุดรธานี ยโสธร ภูเก็ต ยะลา นอกจากนี้ต้อง work from home ให้ได้มากที่สุดรวมไปถึงต้องติดตามอาการของตัวเอง
หลังจากช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ว่ามีอาการทางระบบทางเดินหายใจหรือไม่ มีอาการไข้ ไอ ปวดเมื่อยเจ็บคอหรือไม่ โดยหากสงสัยให้รีบตรวจคัดกรองด้วย ATK หรือประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองผ่าน Application Thai save Thai โดยหากทราบว่าตัวเองมีผลเป็นบวกให้โทรไปที่สายด่วน 1330 ของสปสช. แยกตัวเองออกจากผู้อื่น และในพื้นที่ต่างจังหวัดให้ติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน รวมไปถึงเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก
ขณะที่สถานศึกษา มีหลายโรงเรียนที่พบว่ามีการติดเชื้อ และปิดการเรียนการสอนไป จึงทำให้ต้องมีการเรียนออนไลน์ ทางศบค.เห็นใจผู้ปกครอง ด้วยหลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่ได้มีการขอให้ทางจังหวัดหรือพื้นที่ พิจารณาปิดหรือเปิดโรงเรียนตามความเหมาะสม
โดยแพทย์หญิง สุมนี ระบุว่า ที่ประชุมศปก.ศปค. วันนี้ได้มีการพูดคุย ถึงการรองรับผู้ติดเชื้อในช่วง 2 สัปดาห์ ในจำนวนมาก จะมีหลักการดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยมอบหมายให้ทุกจังหวัด โดยกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เตรียมพร้อมรองรับเคส ผู้ติดเชื้อที่จะเพิ่มขึ้น ซักซ้อมระบบการรักษาที่บ้านและชุมชน
โดยมอบอำนาจให้การบริหารจัดการในการปกครองท้องถิ่น นี้จะมีการเตรียมการ แบบเดียวกันต้องมีการประสานงานกับระบบสาธารณสุขเพื่อจัดสรรทรัพยากร หากต้องมีการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มเติม
ส่วนการรับภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนหรือปล่อยให้ติดเชื้อตามธรรมชาติอะไรมีข้อดีกว่ากันนั้น แพทย์หญิงสุมนี ระบุว่า การรับภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนดีกว่า การรับภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้ออย่างแน่นอน จากเหตุผล ใน 4 ข้อคำตอบ หากปล่อยให้มีการแพร่ระบาดติดเชื้อเป็นวงกว้าง อย่าลืมว่าโอมิครอน มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ระบบสาธารณสุขในประเทศนั้นๆ อาจจะรองรับไม่ทัน / ถึงแม้ว่าคนไทย ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว กว่า 60% แต่มีคนจํานวนหนึ่ง หลายล้านยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว จึงเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่หากรับเชื้อแล้วจะมีอัตราการเสียชีวิตที่สูง
นอกจากนี้การแพร่ระบาดของเชื้อที่เป็นการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์ใหม่ เราไม่สามารถทราบได้ว่าหลังจากการติดเชื้อไปแล้ว แม้ว่าจะไม่พบการเสียชีวิตแต่ในระยะยาว จะทำให้เกิดสภาวะLong covid หรือไม่ อย่างระบบทางเดินหายใจที่ผิดปกติ หรือระบบไหลเวียนของเลือดที่ผิดปกติ / นอกจากนี้หากปล่อยให้มีการแพร่ระบาดไปในวงกว้างก็เหมือนเป็นการส่งเสริมให้เชื้อโรค มีความสามารถในการกลายพันธุ์ได้มากขึ้น และมีความซับซ้อน ทำอันตรายเราได้มากขึ้นอีก
ขณะที่ในวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2565 จะมีการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ที่มีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะผอ. ศบค.เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญคือจะมีการปรับพื้นที่โซนสีตามสถานการณ์ จำกัดจำนวนคน ร่วมกลุ่มในการทำกิจกรรม และการอนุญาตการดื่มสุราในร้านอาหาร การปรับมาตรการควบคุมโรค /ปรับมาตรการเข้าประเทศในระบบ Test & Go