บอกแล้วจะจัดให้แบบจุกๆ "พิมรี่พาย" เซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ส่งกล่องสุ่มให้ป้าติ๋มเจ้าตัวช็อกนึกว่าส่งผิดบ้าน มาทั้งเครื่องซักผ้า-ตู้เย็น ขณะที่ชาวเน็ตเสียงแตกตามสูตร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     จากกรณีดราม่าความฮอตฮิตของกล่องสุ่ม "พิมรี่พาย" จนมีหญิงรายหนึ่งที่ชื่อว่า “ป้าติ๋ม” โพสต์คลิปลงโซเชียลขอ ให้ แม่ค้าออนไลน์ชื่อดังทำกล่องสุ่มสำหรับคนจน ราคา 199 บาท ให้หน่อย ซึ่งภายหลัง "พิมรี่พาย" ได้ทราบเรื่องแล้วรับคำท้า พร้อมประกาศว่า จะจัดให้ “ป้าติ๋ม” แบบจุกๆ เป็นเพื่อของขวัญปีใหม่ (อ่านรายละเอียด)

 

ฮือฮา พิมรี่พาย จัดหนักส่งกล่องสุ่มให้ป้าติ๋ม เจ้าตัวช็อกนึกว่าส่งผิดบ้าน

 

     ซึ่งต่อมาในช่วงวันปีใหม่พบว่า "พิมรี่พาย" ได้ส่งกล่องสุ่มมาให้ "ป้าติ๋ม" ถึงบ้านเมื่อแกะออกมาดูพบส่วนใหญ่จะเป็นของกิน ทำให้ป้าติ๋มออกมาขอบคุณพิมรี่พายที่จัดกล่องสุ่มให้ 

 

ฮือฮา พิมรี่พาย จัดหนักส่งกล่องสุ่มให้ป้าติ๋ม เจ้าตัวช็อกนึกว่าส่งผิดบ้าน

ฮือฮา พิมรี่พาย จัดหนักส่งกล่องสุ่มให้ป้าติ๋ม เจ้าตัวช็อกนึกว่าส่งผิดบ้าน

ฮือฮา พิมรี่พาย จัดหนักส่งกล่องสุ่มให้ป้าติ๋ม เจ้าตัวช็อกนึกว่าส่งผิดบ้าน

     ล่าสุด "ป้าติ๋ม" ได้โพสต์ขอบคุณ "พิมรี่พาย" อีกครั้ง เปิดเผยว่า ได้รับเซอร์ไพส์อีกครั้ง เมื่อจู่ๆ มีรถกระบะขนของมาจอดหน้าบ้านของป้าติ๋ม ทำเอา "ป้าติ๋ม" ถึงกับงงหนักมาก เพราะไม่ได้สั่งของเยอะขนาดนี้ ก่อนสุดท้ายได้คำตอบว่า ของทั้งหมดไม่ได้ส่งผิดที่ แต่ "พิมรี่พาย" ให้ส่งมาให้ทั้งเครื่องซักผ้า และตู้เย็น ทำเอาเจ้าตัวโพสต์คลิปขอบคุณ "พิมรี่พาย" ยกใหญ่

 

ฮือฮา พิมรี่พาย จัดหนักส่งกล่องสุ่มให้ป้าติ๋ม เจ้าตัวช็อกนึกว่าส่งผิดบ้าน
 

     หลังเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ก็ทำเอาชาวเน็ตเสียงแต่อีกครั้ง โดยบรรดาแฟนคลับของ "พิมรี่พาย" ว่า ใจถึง จัดหนักให้ตามคำขอ ขณะที่บางส่วนตั้งข้อสังเกตุว่า เป็นเพียงการทำเพื่อโฆษณาหรือไม่อย่างไร เพราะยังมีบางส่วนที่ได้สินค้าไม่คุ้มมูลค่า ต้องดราม่าออกสื่อแบบป๋าติ๋มจึงจะได้ของดีใช่หรือไม่ รวมถึงยังมีบางส่วนแซะว่า เรื่องกล่องสุ่มเดิมที่เป็นคดีความนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด  

 

ฮือฮา พิมรี่พาย จัดหนักส่งกล่องสุ่มให้ป้าติ๋ม เจ้าตัวช็อกนึกว่าส่งผิดบ้าน

ฮือฮา พิมรี่พาย จัดหนักส่งกล่องสุ่มให้ป้าติ๋ม เจ้าตัวช็อกนึกว่าส่งผิดบ้าน

ฮือฮา พิมรี่พาย จัดหนักส่งกล่องสุ่มให้ป้าติ๋ม เจ้าตัวช็อกนึกว่าส่งผิดบ้าน

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Tim Aonsaart