เช่นเดียวกับ “โอม บอดี้สแลม” หรือ “โอม เปล่งขำ” มือคีย์บอร์ดของวง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “Ohm Plengkhum” ว่า ในขณะที่สังคมมานั่งถกเถียงกันว่า มันเป็นหน้าที่ของรัฐ การบริจาคไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไร ทำไมถึงไม่ออกมาเป็นกระบอกเสียง..บลาๆๆๆ
โน่นครับ มีคนกำลังจะตายเพราะขาดเครื่องมือแพทย์ที่มีไม่เพียงพอ..มีเด็กมากมายที่อยากเรียนหนังสือต่อ แต่ไม่มีทุนทรัพย์ การวิ่งที่ผ่านมาแก้ปัญหาได้หรือไม่ได้ ไม่รู้ แต่มันมีคนรอดตายจากเครื่องมือแพทย์ที่เขาหาให้ได้จริง ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็นคนใกล้ชิดของคนที่ด่าเขาในขณะนี้
“มีคนหายป่วยจากเครื่องมือแพทย์จากมูลนิธิ มีเด็กๆ ได้เรียนหนังสือจนจบ ม.6 อีกร้อยกว่าคน และเท่าที่ผ่านมา เขาก็ออกมาเป็นกระบอกเสียงส่งไปถึงทุกคนแล้ว ในแบบของเขาเอง โดยผ่านการวิ่งของตัวเอง ไม่งั้นทุกคนจะตระหนักได้หรือว่า การเรี่ยไรบริจาค มันไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบยั่งยืน”
ที่จะไม่เห็นด้วยหรือไม่ชอบ ผมว่าไม่ใช่ปัญหาเลย ถ้าทุกคนตัดสินมันจากหลักการ และเหตุผล และข้อมูล "ความเป็นจริง” ที่วินิจฉัยแล้วอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่การเอาอคติและอัตตาเป็นที่ตั้ง หรือเพียงเพราะเขาไม่ทำในสิ่งที่หลายๆ คนอยากให้ทำ
“ปัญหาที่เห็นคือ ปัญหาโครงสร้างเชิงนโยบาย ที่มันไม่สามารถแก้ได้โดยคนๆ เดียว และไม่สามารถแก้ได้ด้วยเวลาวันสองวันครับ วันนึง เราอาจจะได้ใช้เครื่องมือแพทย์ที่มูลนิธิหามาให้ อันเกิดจากเงินที่พวกเราร่วมใจกันบริจาค วันนึงเราอาจจะได้แพทย์ , ทนายความมือดี , ตำรวจ ฯลฯ จากทุนการศึกษาที่มูลนิธิมอบให้ก็ได้นะครับ”