ช่วงกลางปี 2564 รัฐบาลประกาศเดินหน้าเปิดประเทศ ใน 120 วัน โดยประเดิม “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” เพื่อรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ก่อนขยาย สมุยพลัส โมเดล และ 7+7ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 2,300 ล้านบาท ต่อยอดมาถึงการเปิดประเทศเมื่อ 1 พ.ย. 64

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

“ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” (Phuket Sandbox) โครงการนำร่องก่อนการเปิดประเทศ ถือเป็นความหวังที่ประเทศไทยจะเดินหน้า “เปิดประเทศ” รับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง ต่อลมหายใจให้กับเศรษฐกิจไทย โดยนำร่องที่ “ภูเก็ต” วันที่ 1 ก.ค. 64 เป็นวันเเรก ส่วนจังหวัดอื่น ๆ จะทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวเมื่อพร้อม ภายใน 120 วัน 

 

ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ กำหนดเงื่อนไขไว้ดังนี้ 

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย หรือ ชาวต่างชาติ ที่พำนักในประเทศ/พื้นที่ เป้าหมายเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน 
  2. มีหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย 
  3. มีผลตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
  4. ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้วอย่างน้อย 14 วันก่อนการเดินทาง โดยต้องเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของไทย ขณะที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน และเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครอง ให้แสดงใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 
  5. มีหลักฐานการชำระค่าที่พัก ระบุเวลาการเข้าพักไม่น้อยกว่า 14 วัน กับโรงแรมหรือสถานที่พักที่จองผ่านระบบมาตรฐาน SHA+ 
  6. ต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล หรือหลักประกันกรณีติดเชื้อโควิด-19 ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์

 

สนามบินภูเก็ต ประตูสู่ประเทศไทย ตามมาตรการ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

 

นอกจากนี้ หากเดินทางเข้าประเทศด้วยบัตรโดยสารเที่ยวเดียว หรือมีบัตรโดยสารที่ไม่ระบุวันเดินทางกลับ จะต้องแสดงเอกสารยืนยันการชำระค่าที่พักไม่น้อยกว่า 14 คืน ในกรณีที่ต้องการพำนักใน จ.ภูเก็ต ไม่ถึง 14 วัน จะต้องมีบัตรโดยสารเที่ยวบินขาออก เมื่อครบกำหนดพำนักจะต้องเดินทางออกจากประเทศไทย

 

 

 เดินหน้าเปิดประเทศใน 120 วัน

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ภูเก็ต ประเดิมเปิดประตูบานแรกรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ พร้อมประกาศเป็นวาระแห่งชาติ มั่นใจวางระบบเข้มงวดควบคุมการระบาดเชื้อโควิด-19 ภายใต้การท่องเที่ยววิถีใหม่ ก่อนจะขยายไปยังพื้นที่ศักยภาพอื่น ๆ จนทั่วประเทศตามเป้าหมาย 120 วัน 

 

วันแรกของ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มี 5 เที่ยวบินจากต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาจังหวัดภูเก็ต โดยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สายการบินเอทิฮัด เส้นทาง “อาบูดาบี-ภูเก็ต” นำผู้โดยสาร 25 คน สู่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 

 

พล.อ.ประยุทธ์ เปิดโครงการ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า การจองห้องพักตั้งแต่ 1-15 ก.ค. จำนวน 13,116 คืน เฉลี่ยการเข้าพักอยู่ที่ 11.9 คืน ประมาณการณ์นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ภายใต้โครงการ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จำนวน 100,000 คน ในไตรมาส 3 (เดือนก.ค. - ก.ย. 64) คาดว่าจะสร้างรายได้อยู่ที่ 8,900 ล้านบาท  

 

ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยคาดว่าจะเดินทางมาภูเก็ตจากการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ในช่วงเดียวกันประมาณ 548,600 คน สร้างรายได้ประมาณ 5,510 ล้านบาท 
 

นักท่องเที่ยวกลุ่มแรก ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

 

 “สมุยพลัส” เปิด 3 เกาะ เชื่อมโยง “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” 

รัฐบาลเดินหน้าต่อยอด “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ด้วยโครงการ “สมุยพลัส แซนด์บ็อกซ์” (Samui Plus Sandbox) หรือ “สมุย ซีล รูทส์” (Samui Sealed Routes) เริ่มวันที่ 15 ก.ค. 64 โดย เกาะสมุย, เกาะพะงัน และเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ที่เปิดให้นักเดินทางจากต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสแล้วเดินทางเข้า โดยต้องพักบนเกาะอย่างน้อย 7 คืนหากต้องการเดินทางไปยังจังหวัดอื่น

 

สำหรับ เงื่อนไขและกฎเกณฑ์ของ “สมุยพลัสแซนด์บ็อกซ์” มีดังนี้

วันที่มาถึงประเทศไทย 

  • นักท่องเที่ยวเดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิ ดาวน์โหลด Application Samui Health Pass และ Mor Cha Na
  • ทําการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ณ สนามบินสมุย หรือ สถานที่ศปก.อ.เกาะสมุยกำหมด เมื่อมาถึงสนามบินเกาะสมุย ต้องเดินทางเข้าพักในโรงแรม SHA Plus บนเกาะสมุยเท่านั้น
  • พาหนะจากสนามบิน และ ที่พักเกาะสมุย กําหนดให้ใช้พาหนะที่ได้มาตรฐาน ขึ้นทะเบียนกับศปก.ในพื้นที่ โดยได้รับตราสัญลักษณ์ Samui Plus พำนักในห้องพัก จนกว่าผลสอบครั้งที่ 1 เป็นลบ

 

สนามบินสมุย ประตูสู่ สมุยพลัสแซนด์บ็อกซ์

 

วันที่ 1-7 ที่เดินทางมาถึงประเทศไทย

  • หลังจากผลตรวจครั้งที่ 1 เป็นลบ สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ในพื้นที่ เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า 
  • การเดินทางระหว่างเกาะอนุญาตเฉพาะท่าเรือที่กําหนด พำนักในที่พัก SHA PLUS เท่านั้น
  • เปิดการใช้งาน Samui Health Pass และ Mor Cha Na ขณะที่พํานักในพื้นที่

 

วันที่ 6-7 ที่เดินทางมาถึงประเทศไทย

  • ทําการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ณ จุด SWAB เซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย หรือ โรงพยาบาลเกาะพะงัน หรือ โรงพยาบาลเกาะเต่า หรือ สถานที่ศปก.พื้นที่กําหนด (เกาะพะงัน เกาะเต่า แนะนํา Swab วันที่ 6 )
  • วันที่ 7 หลังผลตรวจหาเชื่อครั้งที่ 2 เป็นลบ สามารถรับ Release Form

 

วันที่ 8 ที่เดินทางมาถึงประเทศไทย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามเงื่อนไข

 

“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” นำร่องแผนเปิดประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจไทย

 

สำหรับ การเปิด “สมุยพลัสแซนด์บ็อกซ์” ในวันแรกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา 9 คน ทั้งหมดเป็นสื่อมวลชนจากต่างประเทศ ซึ่งสาเหตุที่ผู้โดยสารยังน้อย ถูกมองว่ามีข้อจำกัดเยอะ ก่อนที่แนวโน้มการเดินทางเข้าโครงการดีขึ้นในเดือนสิงหาคม 64

 

 7+7 ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 3 จังหวัดรับอานิสงส์

มติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เมื่อ 16 ส.ค. 64 ขยายพื้นที่ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่าง จ.ภูเก็ต สร้างจุดขายให้ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนการเปิดการท่องเที่ยวใน 3 จังหวัด โดยพื้นที่นำร่องอื่น (7+7) ประกอบด้วย

  • จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในพื้นที่ เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า
  • จังหวัดกระบี่ ในพื้นที่ เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์
  • จังหวัดพังงา ในพื้นที่ เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ 

 

เกาะสมุย ได้รับอานิสงค์การท่องเที่ยวเชื่อมโยง ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

 

เงื่อนไขของโครงการ 7+7 ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นักท่องเที่ยวต้องจองโรงแรมล่วงหน้า ตั้งแต่การยื่นขอ CEO (Certificate of Entry) เข้ามาประเทศ อยู่ภูเก็ต 7 วัน และพื้นที่นำร่องได้อีก 7 วัน โดยต้องเลือกพื้นที่นำร่องในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ไม่สามารถเที่ยวข้ามจังหวัดได้ เมื่ออยู่ครบ 14 วันก็เดินทางไปเที่ยวไหนในไทยก็ได้

 

ส่วนกรณีที่อยู่พื้นที่นำร่องไม่ถึง 7 วัน สามารถเดินทางเข้ามาได้ ใน 2 รูปแบบ คือ 

  1. เมื่อเที่ยวครบวันที่ระบุใน COE ต้องแสดงหลักฐานตั๋วเครื่องบินขากลับของวันนั้น เพื่อเดินทางจากพื้นที่นำร่องไปภูเก็ตขึ้นเครื่องบินกลับประเทศ
  2. อยู่ภูเก็ต 7 วัน สมุย-พังงา-กระบี่ 3-4 วัน แล้วกลับไปต่อภูเก็ต 3-4 วันให้รวมครบ 14 คืนได้ โดยต้องจองที่พักมาตรฐาน SHA+ ทุกคืนล่วงหน้าก่อนเดินทาง ไม่สามารถ Walk in หรือ ปรับเปลี่ยนเองภายหลัง ซึ่งทุกอย่างต้องมีการจองไว้ล่วงหน้าทั้งหมด

 

“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” นำร่องแผนเปิดประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจไทย

 

 3 เดือนพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ เงินสะพัด 2.3 พันล้านบ. 

หลังเปิดพื้นที่ แซนด์บ็อกซ์ 3 โครงการ คือ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, สมุยพลัสแซนด์บ็อกซ์ และ 7+7ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ยอดนักท่องเที่ยวสะสมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์  3 เดือน (1 ก.ค.-30 ก.ย.64) รวมทั้งสิ้น 38,699 คน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการคัดกรอง คิดเป็น 0.3% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด

 

ขณะที่จำนวนการจองที่พัก SHA+ สำหรับการเข้าพักระหว่างเดือน กรกฎาคม 2564-กุมภาพันธ์ 2565 อยู่ที่ 716,898  คืน 

 

ส่วน โครงการสมุยพลัส และโครงการส่วนขยายของ 7+7ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม ทั้งสิ้น 907 คน และ 399 คน ตามลำดับ

 

“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” นำร่องแผนเปิดประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจไทย

เมื่อพิจารณามูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับการดำเนินโครงการทั้งหมด สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 2,330 ล้านบาท โดยแยกเป็น

  • ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จำนวน 2,254 ล้านบาท
  • สมุยพลัสแซนด์บ็อกซ์ จำนวน 66.58 ล้านบาท
  • ส่วนขยาย 7+7ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จำนวน 12.16 ล้านบาท

 

 "โอมิครอน" ระบาดหนัก พับแผนเข้าประเทศ แบบไม่ต้องกักตัว

ประเทศไทย “เปิดประเทศ” 1 พ.ย. 64 ต้อนรับนักท่องเที่ยวประเทศความเสี่ยงต่ำ สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่กักตัว 46 ประเทศและพื้นที่ โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบ Test & Go ด้วยการใช้รูปแบบ “Thailand Pass” แทนระบบ COE (Certificate of Entry) ลดเงื่อนไขการกักตัว เพื่อลดขั้นตอนด้านเอกสาร อำนวยความสะดวกในการเดินทาง 

 

“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” นำร่องแผนเปิดประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจไทย

 

Thailand Pass ลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเดินทางเข้าไทย และรอการอนุมัติเป็นเวลา 1-3 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทันทีหลังจากการรอผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ในโรงแรมที่กำหนดไม่ต่ำกว่า 1 คืน โดยต้องอยู่ในประเทศที่ได้รับอนุญาตไม่ต่ำกว่า 21 วัน 

 

แต่ภายหลังจากการ “เปิดประเทศ” เกิดการระบาดของ โควิดสายพันธุ์ B.1.1.529 (Omicron) หรือ “โอมิครอน” ที่มีการแพร่เชื้อได้รวดเร็ว และพบมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่เดินทางเข้าไทยจากระบบ Test & Go เดือนพฤศจิกายน 83 ราย และธันวาคม 227 ราย ทำให้ต้องมีการปรับมาตรการป้องกันให้เข้มขึ้นยิ่งขึ้น 

 

“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” นำร่องแผนเปิดประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจไทย

 

มติที่ประชุม ศบค.เฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 64 มีมติปรับมาตรการเข้าประเทศ ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 64 - 4 ม.ค. 2565  ดังนี้..

  • ปรับมาตรการ สำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยระงับการลงทะเบียนชั่วคราวประเภท Test & Go และ Sandbox  ยกเว้น ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ตั้งแต่ 21 ธ.ค.64 – 4 ม.ค. 65
  • ปรับมาตรการตรวจหาเชื้อเป็น RT-PCR 2 ครั้ง และต้องมีการกำกับติดตามอาการ และการอยู่ในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว รวมท้ังการติดตามการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ให้ได้ 100%
  • ปรับมาตรการสำหรับคนในประเทศไทย โดยให้ประชาสัมพันธ์คนไทยที่จะเดินทางต่างประเทศ ให้พิจารณา ชะลอ ยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะประเทศทาง ยุโรป อเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง พร้อมให้มีการตรวจ ATK ก่อนเดินทาง และประชาสัมพันธ์ให้มีการใช้ ATK ด้วยตัวเองเป็นระยะๆ หรือเมื่อมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ส่งเสริมให้มีการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง รวมทั้งจุดฉีดวัคซีนในสถานีขนส่ง ท่าเรือ หรือท่าอากาศยาน

 

เห็นได้ชัดว่า มาตรการ “แซนด์บ็อกซ์” ทั้ง 3 โครงการ ก่อนหน้าการเปิดประเทศ สามารถควบคุมและสกัดการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ได้เป็นอย่างดี การปรับเปลี่ยนจาก Test & Go กลับมาใช้เงื่อนไขที่เข้มข้นขึ้นของ “แซนด์บ็อกซ์” น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ในการฟื้นเศรษกิจไทยอย่างมั่นคง ป้องกันผลกระทบการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่เคยเกิดในอดีต!!