หลังจากเข้ามาได้มีการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง รวมถึงตรวจเพิ่มเติมพบติดเชื้ออีก 2 รายในวันที่ 19 ธันวาคม และวันที่ 20 ธันวาคม ตรวจพบเพิ่มเติมอีก 2 ราย คลัสเตอร์ในกลุ่มนี้มี 18 ราย และยังรอผลการตรวจยืนยันสายพันธุ์อีก 4 ราย ขณะที่รายงานผู้ติดเชื้อคู่สามีภรรยา โดยเดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย เข้ามาในประเทศไทยวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งเป็นวันก่อนประกาศมาตรการ 8 ประเทศกลุ่มเสี่ยงจากทวีปแอฟริกา ซึ่งคู่สามีภรรยาได้เข้าสู่ระบบแซนด์บ็อกซ์ โดยวันที่ 4-7 ธันวาคม สามีชาวต่างชาติ มีโรคประจำตัวเบาหวานเริ่มมีอาการไข้เจ็บคออ่อนเพลีย จึงมีการตรวจ ATK ผลตรวจเป็นลบ แต่ในวันที่ 7 ธันวาคมยังคงมีอาการอยู่ ภรรยาจึงพาไปโรงพยาบาลและได้ทำการตรวจแบบ RT-PCR ซึ่งผลการตรวจเป็นบวกและได้เข้าทำการรักษาในโรงพยาบาล
ต่อมาวันที่ 10 ธันวาคม ภรรยาได้มีการตรวจ RT-PCR และมีผลเป็นบวก ซึ่งในวันเดียวกันนี้ผลตรวจของสามียืนยันว่า เป็นสายพันธุ์โอมิครอน อย่างไรก็ตามทั้งสองรายได้มีการเข้ารับการรักษา รวมถึงสอบสวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีก 1 ราย ซึ่งผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการกักตัวสังเกตอาการ โดยมีผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอีก 83 ราย ซึ่งทั้งหมดไม่มีอาการใดๆ และอยู่ระหว่างการกักตัว ดังนั้นถือว่าผู้หญิงที่เป็นภรรยาของสามีชาวต่างชาติ ถือเป็นรายแรกที่ติดเชื้อโอมิครอน ในประเทศไทย
ส่วนคลัสเตอร์นราธิวาส 3 ราย ที่มีผลตรวจ RT-PCR เป็นบวก โดยทั้ง 3 ราย กลับมาจากประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งเดินทางไปทำกิจกรรมทางศาสนา เข้าประเทศมาทางสนามบินภูเก็ต ในประเภทนักท่องเที่ยวแบบแซนด์บ็อกซ์ โดยมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 4 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 126 ราย ทั้งหมดอยู่ระหว่างการกักตัวตรวจติดตามอาการ ถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2564 และทั้งหมดนี้ได้รับการตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR ไปแล้ว ซึ่งมีผลเป็นลบ อย่างไรก็ตาม 1 ใน 3 รายนี้ มีการตรวจแบบถอดรหัสพันธุกรรมพบว่า เป็นสายพันธุ์โอมิครอน โดยเป็นเพศชายอายุ 36 ปี อีก 2 ราย อายุ 48,40 ปี เป็นสายพันธุ์เดลตา ทั้ง 3 รายเป็นคนไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัว
กลุ่มที่มีรายงานจากสำนักงานควบคุมโรคเขต 11 ที่เดินทางมายังสนามบินภูเก็ตและสนามบินสมุยรวม 7 ราย เป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและคนไทย เข้ามาสนามบินภูเก็ตวันที่ 13 ธันวาคม 4 ราย สนามบินสมุยวันที่ 15-16 ธันวาคม 3 ราย โดยทั้ง 7 รายพบผลตรวจเป็นบวก จากการตรวจแบบ RT-PCR ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง เมื่อผลเป็นบวกได้มีการแยกรักษาตัว พร้อมทั้งมีการส่งตรวจเพิ่มเติม เพื่อหาสายพันธุ์โดยการถอดรหัสพันธุกรรม โดยพบว่า 7 ราย เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ขณะนี้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต 11 ได้มีการติดตามสอบสวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำซึ่งจะได้มีการรายงานให้ทราบต่อไป
สำหรับการเฝ้าระวังในประเทศไทยซึ่งมีรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้มีการชี้แจงถึง สายพันธุ์เฝ้าระวังในประเทศไทยขณะนี้มากที่สุด คือ เดลตา 68.67% อัลฟา 29.79% เบตา 1.41% และโอมิครอน 0.13%
โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาวันที่ 11- 19 ธันวาคม 2564 มีการสุ่มตรวจในภาพรวมประเทศ จำนวน 1,595 ตัวอย่างพบว่าสายพันธุ์เดลตา 96.61% ขณะที่สายพันธุ์โอมิครอน 3.26% แต่หากแยกในภาพของกรุงเทพมหานคร จากการสุ่มตรวจจำนวน 180 ตัวอย่างพบว่า 81.1% เป็นสายพันธุ์เดลตาและ 18.3% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ขณะที่ภูมิภาค สุ่มตรวจ 1,415 ตัวอย่างพบว่า 98.6% เป็นสายพันธุ์เดลตาและ 1.3% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน
การคาดการณ์ระบาดในกรณีที่คนในประเทศไม่มีภูมิคุ้มกันหากติดสายพันธุ์เดลตา 1 ราย สามารถแพร่เชื้อได้อีก 6.5 ราย หากเทียบกับสายพันธุ์โอมิครอน 1 ราย สามารถแพร่เชื้อ 8.45 ราย แต่จากข้อมูลในประเทศแอฟริกา พบว่าคนที่ติดเชื้อโอมิครอน อัตราการป่วยหนัก นอนโรงพยาบาล ยังไม่มากกว่าคนที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้มีการแนะนำเรื่องวัคซีนกระตุ้น จะสามารถทำให้ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโอมิครอนได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หรือกลุ่ม mRNA
สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโอมิครอนในประเทศขณะนี้ คล้ายกับสถานการณ์โลก คือ ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวมีจำนวนเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับสถานการณ์ทั่วโลก ที่สายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทุกรายที่ติดเชื้อในประเทศไทยมีการเชื่อมโยงการเดินทางที่มาจากต่างประเทศ 1 ใน 4 ส่วน ของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเป็นสายพันธุ์โอมิครอน ไม่ใช่เฉพาะจากทวีปแอฟริกาเท่านั้น แต่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากหลายประเทศทั่วโลก
ดังนั้นการยกระดับในการจัดมาตรการของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทย จะต้องมีการปรับอย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาจากศบค.ชุดเล็ก และนำเสนอ ผอ.ศบค. เพื่อพิจารณาว่า จะมีมาตรการยกระดับหรือไม่อย่างไร เพราะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งมีการเรียกประชุมหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญผู้ติดเชื้อโอมิครอน มีเคสตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อมาถึงได้ตรวจซ้ำในวันแรกผลยังเป็นลบ แล้วออกไปจากระบบถึงมีอาการวันที่ 3-4 และเมื่อตรวจก็พบว่าผลเป็นบวก ดังนั้นสายพันธุ์โอมิครอน จะมีระยะฟักตัวอยู่ช่วงหนึ่งที่ไม่สามารถตรวจจับได้ ดังนั้นการเข้าประเทศแบบ Test&Go ต้องมีวิธีการจัดการให้มีการตรวจจับได้มากขึ้น เช่น อาจจะต้องมีการปรับระบบการเข้าประเทศแบบ Test&Go ไปเป็นระบบที่มีการติดตามการตรวจ RT-PCR หรือมีการกักตัวในระยะเวลาที่ถึงไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจะเป็นระยะเวลาเท่าใดขอให้ติดตามมาตรการต่อไป
ทั้งนี้การตรวจสายพันธุ์โอมิครอน ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกศูนย์ในประเทศไทย สามารถตรวจจับและสามารถตรวจทุกสายพันธุ์ ที่เข้ามาในประเทศไทยได้