ผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ต้องยอมรับว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย โดยเฉพาะกับ "ประชาธิปัตย์" ซึ่งถือเป็นพรรคเก่าแก่ หรือเรียกได้ว่าเป็นสถาบันที่อยู่ควบคู่กับการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน กับการต้องคัดเลือกตัวผู้สมัครมาลงศึกเลือกตั้งซ่อม ในพื้นที่ เขต 1 จ.ชุมพร แทน "ชุมพล จุลใส" และเขต 6 จ.สงขลา แทน "ถาวร เสนเนียม" อดีต รมช.คมนาคม
แม้เป็นที่ชัดเจนสำหรับผู้สมัครที่จะลงเลือกตั้งซ่อมใน 2 พื้นที่ คือ "อิสรพงษ์ มากอำไพ" เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร หลานภรรยาของชุมพล ขณะที่ เขต 6 จ.สงขลา "สุภาพร กำเนิดผล" รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ภรรยา "เดชอิศม์ ขาวทอง" ส.ส.เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ประชาชนตัดสินใจเพื่อป้องกันแชมป์
แต่ที่ต้องเพ่งให้ถึงแก่น เพราะนอกจากศึกนอก คือ คู่แข่งการเมืองรอสอย "ประชาธิปัตย์" ในสนามเลือกตั้งซ่อมที่กำลังรออยู่แล้ว ก็ยังมีอีกศึกในให้ต้องเผชิญ กับการประชุมใหญ่พรรคในวันที่ 18 ธ.ค. ซึ่งมีประเด็นที่ต้องจับตา คือ การเฟ้นหาตัวรองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ภาคใต้ แทน "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" ที่เพิ่งลาออกไป
ที่บอกว่าต้องจับตา เพราะเป็นการชิงตำแหน่ง ระหว่าง "ชินวรณ์ บุณยเกียรติ" ส.ส.นครศรีธรรมราช 9 สมัย และ "เดชอิศม์ ขาวทอง" ส.ส.น้องใหม่ 1 สมัย จากพื้นที่สงขลา ท่ามกลางการสนับสนุนจาก คน 2 ขั้วทางความคิดในประชาธิปัตย์ คือ Tradition หรือ กลุ่มแนวคิดดั้งเดิม กับ New concept หรือ กลุ่มแนวคิดใหม่