แต่เมื่อใดก็ตามที่ชนชั้นนำ ผู้นำทหาร และผู้นำปีกขวาไม่พอใจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว พวกเขาพร้อมที่จะ "ฉีก" รัฐธรรมนูญได้เสมอ ในสภาวะเช่นนี้ การปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญจึงกลาย "ภาวะชั่วคราว" ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะสะดุดลงเมื่อใด และขณะเดียวกัน สถาบันตุลาการเอง ก็ยอมรับว่าการได้อำนาจรัฐด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ถูกต้อง จนถึงกับกล่าวว่า คณะรัฐประหาร คือ "องค์อธิปัตย์" ที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งที่เรากำหนดกติกาในทางการเมืองกันแล้วว่า การล้มล้างรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็น "กบฏ"
ผลเช่นนี้ทำให้ระบอบรัฐธรรมนูญนิยมในไทยอยู่ใน "พื้นที่สีเทา" มาโดยตลอด และขณะเดียวกันก็เป็นระบอบที่ฝ่ายอนุรักษนิยม-จารีตนิยมสุดขั้ว มักจะแสดงการต่อต้านด้วยความรังเกียจเสมอ การขับเคลื่อนของฝ่ายต่อต้านเช่นนี้ ย่อมส่งผลให้การพัฒนาประชาธิปไตยไทยต้อง "ประสบอุบัติเหตุ" ในระหว่างการเดินทางเสมอ สภาวะเช่นนี้ทำให้ สิ่งที่เรามักจะถูกพร่ำสอนมาอย่างยาวนานว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด และเป็นกฎหมายแม่บทที่ใครจะละเมิดมิได้นั้น ไม่มีความหมายที่แท้จริง เพราะรัฐธรรมนูญไทยถูกฉีกมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จน "วันรัฐธรรมนูญ" แทบจะกลายเป็น "ความย้อนแย้ง" ในการเมืองไทยอย่างยิ่ง และดูเหมือนว่า เราจะจดจำ "วันฉีกรัฐธรรมนูญ" ได้มากกว่า "วันรัฐธรรมนูญ"
มุมมองทางรัฐศาสตร์
แต่ถ้าเราต้องคิดเพิ่มเติมด้วยมุมมองทางรัฐศาสตร์แล้ว เราอาจจะกล่าวถึง "รัฐธรรมนูญในอุดมคติ" ด้วยข้อสังเกตอย่างสังเขป 5 ประการ ดังนี้
1) รัฐธรรมนูญ คือ เครื่องมือของการกำหนดทิศทางการพัฒนาทางการเมืองของประเทศ เพราะรัฐธรรมนูญไม่เพียงกำหนดความสัมพันธ์ทางการเมืองของสามสถาบันหลักในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น (คือ สถาบันนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ) หากสาระของรัฐธรรมนูญยังเป็นเครื่องบ่งชี้ ถึงรูปแบบการปกครองของรัฐนั้นๆ ตลอดรวมถึงอุดมคติทางการเมืองแห่งรัฐอีกด้วย
2) รัฐธรรมนูญ คือ การกำหนดกระบวนการการได้มาซึ่งอำนาจรัฐ เพื่อเป็นหลักประกันการได้อำนาจรัฐนั้น จะได้มาบนพื้นฐานของ "ฉันทานุมัติประชาชน" ที่ผ่านการแข่งขันทางการเมืองอย่าง "เสรีและเป็นธรรม" (หลักการ free and fair elections)
3) รัฐธรรมนูญ คือ ข้อกำหนดในการสร้างพื้นฐานของกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย ที่จะเดินไปสู่การสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งของสังคมการเมือง (ขั้นตอนของ democratic consolidation ในทางทฤษฎี)
4) รัฐธรรมนูญ คือ ปัจจัยเบื้องต้นที่เป็น "ฉันทามติ" ของกลุ่มการเมืองและภาคประชาสังคม ที่จะใช้เป็นกรอบกติกาการเมืองของประเทศ ไม่ใช่เป็นกฎหมายเพื่อการสร้างความได้เปรียบทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (ประเด็นเรื่องของ democratic procedures ในกระบวนการเมือง)
5) รัฐธรรมนูญ คือ หลักประกันพื้นฐานของการมีองค์ประกอบหลักสี่ส่วนของระบอบประชาธิปไตย คือ นิติรัฐ เสรีภาพทางการเมือง สิทธิพลเมือง และสิทธิมนุษย์ชน ซึ่งองค์ประกอบทั้งสี่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "บรรทัดฐานสากล" ของอารยรัฐในเวทีการเมืองโลกปัจจุบัน
โลกแห่งความย้อนแย้ง!
ด้วยมุมมองของรัฐธรรมนูญทางรัฐศาสตร์เช่นนี้ อาจจะพอช่วยสำหรับการคิดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยในอนาคตได้บ้าง ไม่ใช่เป็น "รัฐธรรมนูญสีเทา" อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับวันรัฐธรรมนูญที่เวียนมาครบรอบอีกครั้ง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ผู้นำการเมืองไทยในปัจจุบันก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยการยึดอำนาจ และถ้าวันนี้พวกเขาต้องออกมาแสดงบทในเวทีสาธารณะ ถึงความสำคัญของระบอบรัฐธรรมนูญแล้ว พวกเขาจะกล่าวเช่นไร หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียง "ตลกร้าย" ในการเมืองไทย ที่ "คนฉีกรัฐธรรมนูญ" สุดท้ายแล้วก็ต้องอยู่ในอำนาจด้วยรัฐธรรมนูญ… โลกของการเมืองไทยของฝ่ายขวาช่างย้อนแย้งสิ้นดี!