14 ตุลาคม 2564 รศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความขัดแย้งช่วงเหตุการณ์เดือนตุลา เกิดขึ้นระหว่างอนุรักษ์นิยม กับเสรีนิยม ซึ่งถ้าเริ่มต้นจากการทำรัฐประหารปี 2505 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อด้วย จอมพล.ป พิบูลสงคม ปี 2501 ทำให้เกิดการตอกย้ำกระแสการสู้กันทางความคิด จนไปจบที่เหตุการณ์ใหญ่สุด คือ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติทางการเมืองครั้งที่ 2
เหตุการณ์ 14 ตุลา เหมือนเป็นมรดกต่อสู้ของคนหนุ่มสาวทั่วโลก เปรียบเสมือนการปฏิวัติฝรั่งเศส ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นความคิดชัดเจน คือ ไม่เอาเผด็จการ พอรื้อระบบทหาร เกิดกระแสแนวคิดเสรีนิยม ภูมิทัศน์ใหญ่ที่ตามมา คือ การจัดระเบียบทางการเมือง แล้วการเลือกตั้งก็เริ่มฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม หลัง 14 ตุลา เกิดการประท้วงจากคนชั้นแรงงาน โดยเฉพาะชาวนาในชนบท ซึ่งคนเหล่านี้ถูกสังคมลืม ทั้งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการพัฒนาสังคมไทย ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ 14 ตุลา ยังมีเรื่องใหญ่ คือ ความขัดแย้งของผู้นำทหาร อีกทั้ง ได้เห็นตัวละครซ้อนในการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิต นักศึกษา มีการเคลื่อนไหวของปีกที่ไม่เอาผู้นำทหารในยุคนั้น คือ จอมพลถนอม กิตติขจร และ จอมพลประภาส จารุเสถียร
"สำหรับผม ยุคนั้นนี่คือ 3 ป. เพียงแต่เป็น 3 ป. อีกแบบหนึ่ง จอมพลถนอม กิตติขจร , จอมพลประภาส จารุเสถียร และ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร ตัวละครใหญ่ที่เรียกว่า รัฐบาล 3 ทหาร ในระหว่างนั้นมันก็มีเงื่อนไขความขัดแย้งในกองทัพ ภายในวงจรของกลุ่มผู้มีอำนาจ มันซ้อนอยู่กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงเหมือนเป็นการเปิดโจทย์ชุดใหม่ให้กับสังคมไทย" รศ.ดร.สุรชาติ กล่าว
รศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย