ท่ามกลางความคลางแคลงใจของชาวโลกกรณีการสังหารโหดจามาล คาช็อกกี ภายในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียที่ตุรกีเมื่อไม่กี่ปีก่อน ล่าสุดฝรั่งเศสสามารถจับผู้ต้องสงสัยได้คนหนึ่ง และหวังกันว่า เขาอาจจะให้ความกระจ่าง ๆ ต่าง ๆ ได้มากขึ้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ชายชาวซาอุดิอาระเบียที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารโหดนักเขียนและนักข่าว จามาล คาช็อกกี ถูกจับกุมตัวได้ในฝรั่งเศส 
 

แหล่งข่าวสายตำรวจเปิดเผยว่า คาเหล็ด เอดห์ อาโลตาอิบี ถูกรวบตัวได้ที่สนามบินชาร์ลส์ เดอ โกล ในกรุงปารีสเมื่อวันอังคาร ( 7 ธันวาคม ) ขณะที่กำลังจะขึ้นเครื่องบินไปริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย

 

เขาเป็นหนึ่งในชาวซาอุดิอาระเบีย 26 คนที่ทางการตุรกีต้องการตัว ในคดีนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียระบุว่าการจับกุมดังกล่าวเป็นความผิดพลาดของการระบุตัวตน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนายคาช็อกกี กำลังได้รับการลงโทษอยู่ในซาอุดิอาระเบีย

 

อาโลตาอิบี อดีตราชองครักษ์วัย 33 ปี ถูกจับกุมขณะกำลังเดินทางโดยใช้ชื่อจริงของเขา และปัจจุบัน ถูกทางการฝรั่งเศสควบคุมตัวอยู่ 

 

คาช็อกกี ซึ่งชอบวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ถูกสังหารในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในเมืองอิสตันบูล ของตุรกีในเดือนตุลาคม 2561 และจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีใครพบร่างของเขา หรือมีข้อมูลว่าเขาเสียชีวิตอย่างไร

 

ซาอุดีอาระเบียบอกว่าอดีตผู้สื่อข่าวของวอชิงตันโพสต์ถูกสังหารใน "ปฏิบัติการอันธพาล" โดยทีมเจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งไปเกลี้ยกล่อมให้เขาเดินทางกลับประเทศ แต่เจ้าหน้าที่ตุรกีบอกว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ดำเนินการตามคำสั่งจากระดับสูงสุดของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย

ฝรั่งเศสจับผู้ต้องสงสัยคนแรกคดีสังหารโหดในสถานกงสุลที่ตุรกี

การฆาตกรรมทำให้เกิดความไม่พอใจไปทั่วโลกและทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ปกครองโดยพฤตินัยของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งก็คือมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ที่ปฏิเสธเรื่องบทบาทใด ๆ ในเรื่องนี้ต้องเสื่อมเสีย

 

ศาลซาอุดิอาระเบียตัดสินลงโทษผู้คน 8 คนที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อสำหรับคดีฆาตกรรมนี้ในปี 2562 โดย 5 คนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานมีส่วนร่วมในการสังหารโดยตรง และได้รับโทษประหารชีวิต ซึ่งต่อมาได้ลดโทษเป็นจำคุก 20 ปี ขณะที่อีก 3 คนถูกจำคุกเป็นเวลา 7 ถึง 10 ปี จากการปกปิดความผิด

 

ขณะที่อักเนส คัลลามาร์ด ผู้เขียนรายงานพิเศษของสหประชาชาติในขณะนั้น บอกว่า การพิจารณาคดีของซาอุดิอาระเบียถูกมองว่าเป็น "สิ่งที่ตรงกันข้ามกับความยุติธรรม" 

 

ในรายงานที่เผยแพร่ในปี 2562 เธอสรุปว่า คาช็อกกีเป็น "เหยื่อของการประหารโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า" ซึ่งรัฐซาอุดิอาระเบียเป็นผู้รับผิดชอบ

 

การจับกุมเมื่อวันอังคาร มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง กลายเป็นผู้นำชาวตะวันตกคนแรกที่เข้าพบมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียนับตั้งแต่การสังหารคาช็อกกี

 

“เราพูดคุยกันในทุกเรื่องโดยไม่มีข้อห้าม และเห็นได้ชัดว่าเราสามารถตั้งคำถามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนได้” มาครงบอกกับนักข่าวเมื่อวันเสาร์

 

รายงานของคัลลามาร์ดบอกว่าอัยการซาอุดีอาระเบียสั่งให้จับกุมอาโลตาอิบี  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีฆาตกรรมคาช็อกกี แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจที่จะไม่ตั้งข้อหาเขา

ฝรั่งเศสจับผู้ต้องสงสัยคนแรกคดีสังหารโหดในสถานกงสุลที่ตุรกี

รายงานระบุว่าอาโลตาอิบี เป็นสมาชิกของหน่วยทหารรักษาพระองค์ ของกองทัพซาอุดิอาระเบีย และเขาถูกเห็นว่าอยู่กับมกุฎราชกุมารซัลมานระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ปี 2563

 

เขามาถึงเมืองอิสตันบูลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม และอยู่ในบ้านพักของกงสุลใหญ่ซาอุดีอาระเบียระหว่างการสังหารคาช็อกกี แต่ไม่ได้อยู่ในสถานกงสุล

 

ซาอุดีอาระเบียได้ปฏิเสธคำขอเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของตุรกี เพื่อนำตัวอาโลตาอิบี ไปขึ้นศาลที่อิสตันบูลในข้อหาฆาตกรรม

 

คัลลามาร์ด ซึ่งปัจจุบันเป็นเลขาธิการของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า การจับกุม "อาจเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการแสวงหาความยุติธรรม"

 

ส่วนฮาติส เซนกิซ คู่หมั้นของคาช็อกกี ยินดีกับการจับกุมและกระตุ้นให้ฝรั่งเศส "พิจารณาความผิดของเขาในข้อหาอาชญากรรม หรือส่งตัวเขาไปยังประเทศที่มีความสามารถและเต็มใจ" ที่จะทำเช่นนั้น
ฝรั่งเศสจับผู้ต้องสงสัยคนแรกคดีสังหารโหดในสถานกงสุลที่ตุรกี