สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคการเมืองใหม่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด และยังไม่มีชื่อชัดเจน แต่คอการเมืองรู้จักกันในนาม "พรรคสี่กุมาร" หลังมีข่าว "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" อดีต ส.ส. 8 สมัย และอดีตรมว.วัฒนธรรม จากค่ายประชาธิปัตย์ จะโบกมือลาบ้านเก่า เพื่อไปร่วมงานการเมืองด้วย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

คำว่า "สี่กุมาร" หมายถึง คนการเมืองหน้าใหม่ 4 คน ที่ได้รับมอบอำนาจ และมีฤทธิ์เดชในการบริหารพรรคการเมืองใหญ่อย่างพลังประชารัฐ ซึ่งกลายมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และได้ดำรงตำแหน่งสำคัญใน ครม.ประยุทธ์ 2/1

 

ประกอบด้วย

 

อุตตม สาวนายน อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และอดีตรมว.คลัง

 

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และอดีตรมว.พลังงาน

 

สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.อุดมศึกษาฯ

 

กอบศักดิ์​ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

 

 

แต่พรรคการเมืองใหม่ที่จะตั้งขึ้นนี้ ต้องเรียกว่าพรรค (อดีต) สี่กุมาร เพราะ สุวิทย์ กับ กอบศักดิ์ ขอเบรกไว้ก่อน 

 

แม้จะเหลือแค่ 2 กุมาร ทว่า ยังมีฤทธิ์และพาวเวอร์พอสมควร เนื่องจากมี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มือเศรษฐกิจ 2 รัฐบาล คือ ไทยรักไทย – พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแบ็คอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า คุณสมคิดมีคอนเนคชั่นระดับเทพ โดยเฉพาะกับแวดวงธุรกิจและนักลงทุน

 

ไทม์ไลน์ของพรรคสี่กุมาร เริ่มขึ้นตั้งแต่ 9 ก.ค. ปี 63 ซึ่งเป็นวันที่ทั้ง 4 คน พร้อมใจกันแถลงลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง และยุติบทบาทกับพลังประชารัฐ ช่วงนั้นกระแสการตั้งพรรคเองก็ดังกระหึ่มขึ้น แล้วก็เงียบหายไปตามกาลเวลา แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คอการเมืองเชื่อว่า แกนนำสี่กุมาร โดยเฉพาะอุตตม กับ สนธิรัตน์ น่าจะหวนคืนเวทีแน่นอน

 

 

เพราะช่วงกลางปี 64 มีการเปิดตัว Thailand Future Foundation และตั้งกลุ่มที่ชื่อว่า "กลุ่มไทยแลนด์ฟิวเจอร์" ระดมผู้มีความรู้ความสามารถจากหลากหลายสาขา มาทำหน้าที่คล้ายๆ Think Tank ให้กับบ้านเมือง

 

ที่น่าสนใจ คือ กลุ่มนี้มีชื่อ "ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์" หลานชาย และ "ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์" ลูกชายของสมคิด เข้ามาเป็นคีย์แมน ทำให้มีข่าวลือไปไกลถึงขั้น “สี่กุมาร” จะตั้งพรรคการเมืองชื่อ "ไทยแลนด์ฟิวเจอร์" จนต้องออกมาปฏิเสธข่าวกันพัลวัน

 

ล่าสุด สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพ.ย.พรรคใหม่ของสี่กุมารชัดเจนขึ้นอีกครั้ง เมื่อ "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" โบกมือลาพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความหลังยาวนานถึง 29 ปีเต็ม เพื่อมาร่วมวงกับพรรคใหม่ของ "สี่กุมาร"

 

พรรคใหม่ที่ว่านี้ คนขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังเล่าให้ฟังว่า มีชื่อพรรคเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ใช่ชื่อพรรคไทยชนะ หรือพรรคนำไทย และไม่ใช่ชื่อไทยแลนด์ฟิวเจอร์ตามที่เป็นข่าว และที่ทำการพรรคพร้อมแล้ว เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการต้นปีหน้า ราวๆ เดือนม.ค. 65

 

ซึ่งแกนนำมีทั้งนักการเมือง อดีตนักการเมือง นักธุรกิจ และย้ำว่ามีบุคคลระดับ "บิ๊กเนม" เปิดชื่อมาแล้วฮือฮา เซอร์ไพรส์แน่ บวกกับบรรดาเทคโนแครต หรือผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง มีทั้งภาคราชการและภาคเอกชน 

 

ทางออกการเมืองของ "บิ๊กตู่"?

 

เส้นทางของพรรคสี่กุมาร ถูกจับตามองอย่างมากกว่าอาจเป็น "ทางออกทางการเมือง" ให้กับ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อต่อตั๋วเป็นนายกฯอีก 1 สมัยหรือไม่ เพราะกลุ่มของคุณสมคิด และ "สี่กุมาร" ไม่ได้ทะเลาะหรือขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ ปัญหาที่ถูกกดดันจนต้องออกจากพรรคพลังประชารัฐก่อนหน้านี้  คือ "บิ๊กป้อม" ต้องการลงมาคุมพรรคเอง จึงมีการส่งสัญญาณให้ถอย

 

แต่ "สี่กุมาร" ใส่เกียร์เดินหน้า จนเกิดการประลองกำลัง ฉะนั้นหาก "สี่กุมาร" จะมาเป็นทางเลือก หรือทางออกให้ "บิ๊กตู่" ท่ามกลางสถานการณ์ที่ "บิ๊กตู่" ไม่สามารถยึดพรรคพลังประชารัฐได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

 

และพรรคการเมืองใหม่ที่ว่านี้อาจ "ปลั๊กอิน" กับกลุ่มสามมิตรได้ด้วย เพราะต้องไม่ลืมสายสัมพันธ์คำว่า "สามมิตร" มาจาก สมคิด - สุริยะ - สมศักดิ์ ซึ่ง "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" และ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" สองแกนนำกลุ่มสามมิตรในปัจจุบัน และสมคิดเป็นคนชวนทั้งคู่เข้าพรรคพลังประชารัฐ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งหมดยังเคยร่วมงานกันมาก่อนที่พรรคไทยรักไทยด้วย

 

ทิศทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งรอบนี้จึงต้องรอดูกันยาวๆ