ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มี 2 เรื่องน่าสนใจ คือ "กลุ่ม 3 ป." แสดงท่าทีคล้ายเจรจาลงตัว ทำให้ฝั่งรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้นระดับหนึ่ง และการทูลเกล้าฯ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส่งผลจากนี้ชัดเจนขึ้นว่า พรรคขนาดใหญ่จะได้หรือเสียหากเกิดการเลือกตั้ง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ประเด็นแรก คือ ท่าทีของ "กลุ่ม 3 ป." ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มีความเคลื่อนไหวน่าสนใจหลังปิดห้องคุยกันเมื่อวันจันทร์ หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันพร้อมเสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯอีก 1 สมัยในนามพรรคพลังประชารัฐ

 

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ก็มีการส่งคนใกล้ชิดของนายกฯ อย่าง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้าไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เท่ากับเป็นการเติมคนของ "บิ๊กตู่" เข้าไปในพรรค เพื่อให้มีความยึดโยงกับพรรค และพล.อประวิตร ก็เซ็นคำสั่งแต่งตั้งเป็นที่เรียบร้อย

 

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

 

หลังจากนี้ต้องจับตาดูท่าทีของ ผู้กองธรรมนัส ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จะเดินหน้าต่อกับพลังประชารัฐ หลังกลุ่ม 3 ป.กลับมาสามัคคีกันแล้ว หรือจะแยกตัวไปสร้างบ้านใหม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งการตั้งพรรคใหม่ และการเข้าไปร่วมงานกับ "พรรคเพื่อชาติ" ซึ่งเคยเป็นพรรคที่แตกแบงก์พันออกมาจากพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

 

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

 

 

 

 

แต่ในการเลือกตั้งหนนี้ มีแผนจะขยายเป็นพรรคขนาดกลางเพื่อครองที่นั่ง ส.ส.ในภาคเหนือ ภายใต้การนำของกลุ่ม นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต ส.ส.เชียงราย ซึ่งหาก ร.อ.ธรรมนัส ไปร่วมงานกับพรรคเพื่อชาติ ก็อาจเป็นการต่อจิ๊กซอว์ที่ลงตัว เพราะผู้กองก็มีฐานเสียงอยู่ในภาคเหนือมากพอสมควร โดยเฉพาะจ.พะเยา

 

นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตส.ส.เชียงราย พรรคไทยรักไทย

 

ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองทีน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง คือ การที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ด้านกฎหมาย ออกมาบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแล้ว ทำให้ทิศทางการเมืองหลังจากนี้ เดินหน้าสู่การเลือกตั้งแบบ "บัตร 2 ใบ" ซึ่งพรรคการเมืองใหญ่จะมีความได้เปรียบ โดยพรรคที่สนับสนุนระบบนี้ หลักๆ คือ เพื่อไทย พลังประขารัฐ และประชาธิปัตย์

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงมีข่าวคราวของการควบรวมพรรคขนาดเล็ก และพรรคเกิดใหม่ต่างๆ เพื่อยกระดับเป็นพรรคขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ สำหรับสู้ศึกเลือกตั้งในระบบ "บัตร 2 ใบ" ซึ่งในส่วนของฝ่ายค้าน นอกจากพรรคเพื่อชาติแล้ว ยังมีข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมดึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ มาเป็นแกนนำเพื่อไทย และมีข่าวถึงขั้นจะให้นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค ซึ่งหากเป็นจริง ก็อาจเป็นไปได้ว่าจะมีการควบรวมพรรคประชาชาติ ซึ่งมี ส.ส. 7 คน และมีฐานเสียงสำคัญอยู่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้ากับพรรคเพื่อไทย

 

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ

 

สำหรับพรรคการเมืองเกิดใหม่ก็มีข่าวจะควบรวมกัน เช่น พรรคกล้า ภายใต้การนำของ นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคไทยสร้างไทย ภายใต้การนำของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และพรรคใหม่ของ "กลุ่มสี่กุมาร" ภายใต้การนำของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แต่ยังไม่ปรากฏชื่อพรรค โดยพรรคเหล่านี้มีแนวโน้มควบรวมกันเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ