ฮ่องกงพบผู้ป่วยโควิด-19 สองรายติดโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 ที่พบในแอฟริกาใต้และกำลังถูกจับตาจากอนามัยโลก โดยรายแรกกลับมาจากแอฟริกาใต้และกักตัวอยู่ในโรงแรม

กระทรวงสาธารณสุขฮ่องกง เปิดเผยเมื่อคืนวันพฤหัสบดีว่า ผลการวิเคราะห์ลำดับรหัสพันธุกรรมของไวรัส ยืนยันว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เดินทางกลับมาจากแอฟริกาใต้และอยู่ในโรงแรมกักตัว และแขกอีกคนที่อยู่โรงแรมเดียวกัน ล้วนติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์สายพันธุ์ B.1.1.529 ทั้งสองรายฉีดวัคซีนป้องกันครบโดสแล้ว

 

ไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ตัวนี้มีการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนามถึง 32 จุด เมื่อเทียบกับไวรัสสายพันธุ์เดลตา ที่มีการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนามเพียง 13-17 จุด และผู้เชี่ยวชาญวิตกว่า สายพันธุ์นี้อาจเป็นไวรัสกลายพันธุ์ที่อันตรายที่สุด

 

องค์การอนามัยโลกเตรียมประชุมวาระพิเศษในวันนี้เพื่อกำหนดว่า ไวรัสตัวนี้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์น่าสนใจ หรือ สายพันธุ์น่ากังวล

 

 

 

สื่อฮ่องกง รายงานว่า ผู้ป่วยรายแรกที่ติดโควิดกลายพันธุ์ตัวใหม่นี้เป็นชายวัย 36 ปีที่เดินทางกลับจากแอฟริกาใต้ถึงฮ่องกงเมื่อวันที่ 11 พ.ย. เขากักตัวที่โรงแรม รีกัล แอร์พอร์ต และได้รับการยืนยันผลตรวจติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 22 พ.ย. และแขกอีกคน วัย 62 ปีที่มาจากแคนาดา และพักห้องตรงข้ามกันได้รับการยืนยันติดโควิด-19 ในอีก 5 วันถัดมา

 

ทางการฮ่องกงประกาศให้แขกทุกคนที่พักในอีก 12 ห้องบนชั้นเดียวกันขยายเวลากักตัวเป็น 14 วัน ส่วนแขกคนอื่นๆจะถูกกักตัวที่สถานกักตัวในเพนนี เบย์ และยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายอื่นๆ

 

 

นอกจากนี้มีรายงานว่า ผู้ป่วยรายแรกสวมหน้ากากอนามัยแบบใช้ซ้ำและมีวาล์วขณะเปิดประตูห้องเพื่อรับอาหารและทิ้งขยะหลายครั้ง หน้ากากแบบนี้ช่วยกรองอากาศเข้า แต่ไม่กรองอากาศจากการหายใจออกของผู้สวมใส่ ซึ่งนักชีววิทยาเรียกหน้ากากแบบนี้ว่า "หน้ากากเห็นแก่ตัว"

 

ศูนย์คุ้มครองสุขภาพฮ่องกง ปรับคำแนะนำใหม่ว่าจะไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยที่อยู่ในโรงแรมกักตัวสวมหน้ากากแบบมีวาล์วและควรสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เมื่อเปิดประตูห้องเพื่อรับอาหารและทิ้งขยะ รวมทั้งแนะนำให้พนักงานโรงแรมและสายการบินทุกแห่งเตือนแขกและผู้โดยสารอย่าใส่หน้ากากแบบมีวาล์ว