หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประเมินว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า น่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลได้ประโยชน์ และมั่นใจว่าจะชนะ ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายข้าราชการ งบประมาณ การแบ่งเขต การกำหนดวันเลือกตั้ง ที่จะทำให้คนทำงานไม่สามารถมาเลือกตั้งได้สะดวก ซึ่งเมื่อรัฐบาลพร้อมเมื่อไหร่ คาดว่าคงจะยุบสภาฯ ทันที
สำหรับคะแนนของพรรคก้าวไกลในการเลือกครั้งหน้า เชื่อว่าจะมีคะแนนมากขึ้น จากการทำงานของภายในพรรค และปัจจัยภายนอกทั้งบริหารโควิด น้ำท่วม เศรษฐกิจ ที่ผิดพลาด น่าจะทำให้ประชาชนหิวโหยการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพรรคจะนำเสนอตัวเองเป็นเอเย่นแห่งการเปลี่ยนแปลงให้กับประชาชน
ส่วนประเด็นพรรคเพื่อไทยที่เป็นคู่แข่งและมองว่ามีการแย่งฐานเสียงกันโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ส่วนตัวมองว่า ในระบบประชาธิปไตยการมีการแข่งขันถือเป็นเรื่องดี ทำให้มีนโยบายใหม่ๆ มากขึ้น กระตุ้นให้มีการลงพื้นที่มากขึ้น ซึ่งมองว่าไม่มีผลเสียตรงไหน และแน่นนอนว่าทั้งเพื่อไทยและก้าวไกล ต่างเป็นพรรคฝ่ายค้านร่วมกันต้องมีเอกภาพ แม้อยู่คนละพรรคกัน จุดยืนมีเหมือนมีต่างกัน แต่สามารถทำงานร่วมกันได้ แสวงจุดร่วมเพื่อให้ประชาชนได้ผลประโยชน์มากที่สุดจากการทำงานของฝ่ายค้าน