“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ไม่หวั่นถูกจ้องยุบพรรคหลังเตรียมนำร่างปชช.ถูกตีตกในสภาฯ ใช้เป็นนโยบายหาเสียงสู้เลือกตั้งครั้งหน้า ย้ำคัดเฉพาะข้อเป็นประโยชน์เท่านั้น ยัน "ไพื่อไทย-ก้าวไกล" อยู่ต่างสังกัด แต่มีเอกภาพเพื่อแสวงจุดร่วมทำประโยชน์ให้ปชช.

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

18 พฤศจิกายน 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกว่า ไม่กังวลว่าจะถูกโจมตี ประเด็นนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ถูกรัฐสภาตีตกไปมาหาเสียง เพราะจะเลือกเฉพาะบางส่วนเท่านั้นที่ตอบโจทย์ แต่คนที่น่ากังวลมากกว่า คือ คนที่เคยให้สัตยาบันว่ารัฐธรรมนูญจะต้องมีการแก้ไข ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่รัฐสภาพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ จึงต้องเร่งมือปลดระเบิดเวลาที่เป็นรัฐธรรมนูญปี 60 ให้ได้

 

นายพิธา กล่าวว่า เรื่องที่รัฐสภามีการตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เป็นครั้งที่ 2 นั้น ส่วนตัวรู้สึกผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด เพราะรู้อยู่แล้วว่าความต้องการของชนชั้นนำในประเทศไทย ไม่ต้องการให้อำนาจประชาชนไปกระทบถึง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ผิดคาด แต่ผิดหวังเพราะเป็นโอกาสที่จะทุเลาความรุนแรงทางการเมืองบนถนนให้เข้ามาสู่สภาฯ

 

“พิธา”เชื่อเลือกตั้งครั้งหน้าก้าวไกลได้คะแนนเพิ่ม

 

 

 

 

"สำหรับการนำร่างประชาชนไปหาเสียง จะถูกเชื่อมโยงกับม็อบ จนถูกนำไปสู่การยุบพรรคในอนาคตนั้น ผมมองว่าคนที่มีแนวคิดดังกล่าว อาจจะมองหยาบไป และไม่ได้เข้าใจความต้องการของประชาชน หรือ กลุ่ม Re-Solution ที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทั้งการยกเลิกวุฒิสภา หรือสภาเดี่ยว มีการตรวจสอบที่มาอำนาจการตรวจสอบศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ ต้องการแก้ไขจุดอ่อนเพื่อลดแรงปะทะระหว่างสถาบันฯ กับพี่น้องประชาชนให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งเป็นระบบที่สถาบันฯอยู่คู่กับประชาธิปไตยได้ เป็นความต้องการที่จะต้องทำ" นายพิธา ระบุ

 

 

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าทางฝ่ายที่มีการประท้วงข้างนอก หวังว่าจะให้สภาฯตามให้ทัน อยากให้สังคมกับสภาฯ เป็นสิ่งที่สะท้อนกันไปมา ซึ่งต้องมีคนที่คอยรับฟัง ไม่เห็นพวกเขาเป็นศัตรู ไม่เห็นว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง เพราะเป็นส่วนที่อันตรายมากสำหรับสังคมไทย ซึ่งต้องหาวิธีที่จะกลับมาหันหน้าคุยกัน และถอยกันคนละก้าวให้ได้

 

ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้า มองว่าพรรคน่าจะดีขึ้น จากการทำงานอย่างหนัก ลงพื้นที่ และจากผลโพลล์ต่างๆ พยายามที่จะสู้เต็มที่ ในสิ่งที่ทำได้ ส่วนสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ในการลงคะแนนแต่ละพื้นที่ เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับความจริง ว่ากฎกติกาที่อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับบางพรรค ต้องพร้อมที่จะสู้และพลิกแพง และทำให้สิ่งที่คอนโทลชนะได้

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประเมินว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า น่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลได้ประโยชน์ และมั่นใจว่าจะชนะ ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายข้าราชการ งบประมาณ การแบ่งเขต การกำหนดวันเลือกตั้ง ที่จะทำให้คนทำงานไม่สามารถมาเลือกตั้งได้สะดวก ซึ่งเมื่อรัฐบาลพร้อมเมื่อไหร่ คาดว่าคงจะยุบสภาฯ ทันที

 

 

สำหรับคะแนนของพรรคก้าวไกลในการเลือกครั้งหน้า เชื่อว่าจะมีคะแนนมากขึ้น จากการทำงานของภายในพรรค และปัจจัยภายนอกทั้งบริหารโควิด น้ำท่วม เศรษฐกิจ ที่ผิดพลาด น่าจะทำให้ประชาชนหิวโหยการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพรรคจะนำเสนอตัวเองเป็นเอเย่นแห่งการเปลี่ยนแปลงให้กับประชาชน

 

ส่วนประเด็นพรรคเพื่อไทยที่เป็นคู่แข่งและมองว่ามีการแย่งฐานเสียงกันโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ส่วนตัวมองว่า ในระบบประชาธิปไตยการมีการแข่งขันถือเป็นเรื่องดี ทำให้มีนโยบายใหม่ๆ มากขึ้น กระตุ้นให้มีการลงพื้นที่มากขึ้น ซึ่งมองว่าไม่มีผลเสียตรงไหน และแน่นนอนว่าทั้งเพื่อไทยและก้าวไกล ต่างเป็นพรรคฝ่ายค้านร่วมกันต้องมีเอกภาพ แม้อยู่คนละพรรคกัน จุดยืนมีเหมือนมีต่างกัน แต่สามารถทำงานร่วมกันได้ แสวงจุดร่วมเพื่อให้ประชาชนได้ผลประโยชน์มากที่สุดจากการทำงานของฝ่ายค้าน