เหตุนี้เอง คอการเมืองจึงสงสัยกันว่า ท่าทีของพรรคเพื่อไทยเป็นความจงใจเพื่อหวังผลทางการเมืองใช่หรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่าพรรคก้าวไกล เคยเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พ่วงด้วยเรื่องอื่นอีก รวมแล้ว 5 ฉบับ 5 ประเด็น เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุนหรือเข้าร่วมผลักดัน กระทั่งสุดท้ายถูกสภาฯ ตีตกไป ไม่บรรจุเข้าระเบียบวาระ เพราะเห็นว่าเป็นร่างกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกันน่าคิดว่า แม้แต่ในพรรคก้าวไกลเอง ก็ยังขัดแย้งกันทางความคิด เพราะมี ส.ส. 9 คน ที่ไม่ได้ร่วมเซ็นชื่อเสนอร่างกฎหมาย และ 9 คน เกือบทั้งหมดก็กำลังจะอยู่พรรคก้าวไกลไม่ได้ เตรียมย้ายพรรค บางคนกลายเป็นงูเห่า น่าแปลกหรือไม่ ที่พรรคเพื่อไทยโดดมาเล่นเรื่องละเอียดอ่อนนี้ทันที
หลายฝ่ายมองโยงไปถึงยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยที่ทำมาตลอด คือ ยุทธศาสตร์พา "นายใหญ่" กลับบ้าน เริ่มจากเปิดตัว "อุ๊งอิ๊ง - แพทองธาร" ในฐานะชินวัตรสายตรง เพื่อหยุดเลือดไหลออก แก้ปัญหา ส.ส.ทิ้งพรค พร้อมหยั่งกระแสเป็นแคนดิเดตนายกฯ
จากนั้น "อุ๊งอิ๊ง" ประกาศชัดกลางวงประชุมใหญ่ของพรรค ว่า "พ่ออยากกลับบ้าน" ทำให้สังคมตั้งคำถาม ภารกิจในทางการเมืองของ "อุ๊งอิ๊ง" คือ "พาพ่อกลับบ้าน" หรือบริหารประเทศกันแน่
อีกด้านหนึ่งก็เป็นการใช้ "อุ๊งอิ๊ง" ซึ่งมีภาพของคนรุ่นใหม่ ดึงคะแนนเสียงและความสนใจจากคนรุ่นใหม่ ด้วยการตั้งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคฝ่ายการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม เชื่อมคนต่างเจน (gen) เข้าด้วยกัน ซึ่งแท้จริงแล้ว คือ การดึงเสียงคนรุ่นใหม่มาจากพรรคก้าวไกลนั่นเอง และล่าสุดคือท่าทีของพรรคที่รับลูกแก้มาตรา 112 อย่างออกนอกหน้า หวังเอาใจม็อบสามนิ้ว และเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่
ประเด็นที่น่าสังเกตก็คือ การปล่อย "นักโทษการเมือง" หรือ "ผู้คิดต่างทางการเมือง" ซึ่งเป็นคำที่พรรคเพื่อไทยและกลุ่มม็อบชอบใช้ จริงๆ แล้วคือผู้ที่กระทำผิดกฎหมายบางข้อ เช่น มาตรา 112 มาตรา 116 จัดชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก แม้บางส่วนจะได้รับการประกันตัวจากศาล แต่สุดท้ายก็ต้องถูกดำเนินคดี ขึ้นศาลไปตามกระบวนการ คาดว่ามีนับร้อยคนหรือมากกว่านั้น หากจะปลดล็อกให้นักเคลื่อนไหวกลุ่มนี้ อาจต้องมีการนิรโทษกรรมคนที่โดนคดี 112 หรือ 116
ตรงนี้เองที่หลายฝ่ายมองว่า อาจเป็นการพ่วงนิรโทษกรรม "คนแดนไกล" เข้าไปด้วยเลยหรือไม่ โดยอ้างเป็น "คดีการเมือง" ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ โดยดึงฐานเสียงจากพรรคเพื่อไทยมาได้ด้วย ก็จะมีความชอบธรรมที่จะเดินตามสูตรการเมืองนี้มากขึ้นนั่นเอง