"พิธา" นำทีมพรรคก้าวไกลลงใต้รับฟังปัญหาการท่องเที่ยวก่อนเปิดประเทศ 1 พ.ย. อัดยับรัฐบาลกรณีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เปิดพื้นที่ตามยถากรรมไม่ได้ทดลองอะไรเลย เย้ยเปิดประเทศไม่รู้ช่วยใคร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     วันนี้ (23 ต.ค.) ที่ จ.กระบี่ นายพิธา​ ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล​ พร้อมด้วย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ​ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมประชุมรับฟังปัญหาและข้อกังวลจากตัวแทนภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เกษตรกร และประชาชนทั่วไป ถึงความกังวลเกี่ยวกับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. นี้

     นายพิธา กล่าวว่า รัฐบาลที่มีหน้าที่บริหารประเทศ จึงควรเป็นผู้ที่มีความคิด มีวิสัยทัศน์ เข้าใจถึงความเดือดเนื้อร้อนใจของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ วิกฤติโควิดทำให้เราเห็นได้ชัดระหว่างรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์และรัฐบาลที่ไม่มีวิสัยทัศน์ รัฐบาลที่ถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งและรัฐบาลที่ถือประโยชน์ของนายทุน ขุนศึก ศักดินาเป็นที่ตั้ง หากเรามีรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ ตอนเราเปิดแซนด์บ็อกซ์ เราจะได้ทดลองรูปแบบวิธีการป้องกันและอยู่ร่วมกับโควิดในรูปแบบต่างๆ เพราะตอนนี้วิธีการตรวจโควิดไม่ได้มีแค่การตรวจแบบ PCR หรือ ATK เพียงอย่างเดียวอีกแล้ว ยังมีวิธีการตรวจด้วยลมหายใจอย่างที่รัฐบาลสิงคโปร์ใช้อยู่ตอนนี้ หรือการตรวจด้วยน้ำลายอย่างเช่นตอนที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดโตเกียว โอลิมปิก
 

นายพิธา​ ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

     “หากเราใช้วิธีการตรวจด้วยน้ำลาย โรงแรมที่มี 5 ชั้น มีคนพักอยู่ 100 คน อาจจะใช้วิธีการตรวจด้วยน้ำลายแบบกลุ่ม (Pool Saliva Covid Test) ​คือนำน้ำลายของคนทั้งชั้นมารวมกันเพื่อตรวจเพียงครั้งเดียว แล้วชั้นไหนที่พบว่ามีคนติดโควิด เราก็ทำการตรวจด้วย ATK หรือ PCR แยกเฉพาะชั้นนั้นๆ อย่างละเอียดอีกที ถ้าทำได้อย่างนี้เราก็ไม่ต้องตรวจ 100 ครั้ง แต่ตรวจเบื้องต้นเพียงแค่ 5 ครั้งเท่านั้น ประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณไปได้อีกมาก การเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่ผ่านมาจึงเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากๆ เราไม่ได้ทดลองอะไรเลย เป็นการเปิดแซนด์บ็อกซ์ ที่ไร้วิสัยทัศน์ เป็นการเปิดแซนด์บ็อกซ์แบบตามยถากรรม” นายพิธา กล่าว

นายพิธา​ ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

     นายพิธา กล่าวต่อว่า พรรคก้าวไกลยืนยันว่าเราต้องเปิดประเทศ แต่คำถามคือเราพร้อมแล้วหรือยัง การที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังมัดมือชกคนทั้งประเทศเพียงเพราะตนเองไม่อยากผิดคำพูด ที่ตอนแรกพูดว่าจะฉีดให้ได้ 50 ล้านโด๊สก่อนเปิดประเทศ แต่สุดท้ายก็ฉีดไม่ถึง อย่างจังหวัดกระบี่ มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกเพียง 60% และเข็มที่สองเพียง 30% เช่นนี้คือเราพร้อมแล้วจริงๆ ใช่หรือไม่ ที่น่าเป็นห่วงไปมากกว่านั้น คือในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังสั่งเปิดประเทศ กระบี่ที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวแต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อยกระดับทางการแพทย์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโควิดเพียง 1.7 ล้านบาท

“ผมไม่แน่ใจจริงๆ ว่ารัฐบาลเอางบไปไหน ไปอุ้มใคร แต่ที่เห็นได้ชัดๆ ตอนนี้คือไม่ใช่ประชาชนแน่ๆ”

 

นายพิธา​ ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล