“ดร.เจษฎ์” ชี้ผลจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอาจนำไปสู่ระเบิดเวลาได้ ระบุ เพื่อไทย-ก้าวไกลมีสิทธิ์ถูกยุบพรรคหากพบความเชื่อมโยงล้มล้างการปกครอง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของนายอานนท์ นำภา ,นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง ชุมนุมปราศรัย10ส.ค.63 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิตเพื่อเสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่า เป็นการล้มล้างการปกครองมีเจตนาซ่อนเร้น เซาะ กร่อนบ่อนทำลาย เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพมุ่งล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (อ่านข่าว)

 

“ดร.เจษฎ์” ชี้ยุบ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ได้ หากพบเชื่องโยงล้มล้างปกครอง

ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทยInside Thailand” ในตอนหนึ่งว่า ไม่สามารถสรุปได้ว่าการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเท่ากับการล้มล้างการปกครอง ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยกับบรรดากลุ่มผู้เรียกร้องที่บอกว่าปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้าง และศาลก็ไม่ได้วินิจฉัยว่าปฏิรูปเท่ากับล้มล้าง

 

 ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

 

ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยขอสั่งให้ผู้ถูกร้อง องค์กรเครือข่ายใดใดก็ตามทำอย่างนั้นไม่ได้อีกแล้ว หมายถึงที่ทำอย่างที่ทำในการชุมนุมวันที่  10 สิงหาคม หรือไม่

ดร.เจษฎ์  ระบุว่า “ต้องไปดูที่คำร้องและข้อวินิจฉัยทั้งหมดแต่ที่เป็นประเด็นคือเครือข่ายและองค์กรใด หมายความว่าอะไร เพราะมีคนยกขึ้นมาว่าในวันนั้นสถานที่จัดงานคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีนี้มหาวิทยาลัยถือว่าเป็นเครือข่ายไหม และผู้จัดการดูแล ณวั นนั้นถือเป็นเครือข่ายไหม  คนที่ช่วยเรื่องแสงสีเสียง แจกใบปลิว เขียนคำปราศรัย คนที่สนับสนุนด้านการเงินต่าง ๆ ถือว่าเป็นเครือข่ายไหม และที่ไม่ได้เป็นองค์กร นับร่วมด้วยหรือไม่ และนับอย่างไร ซึ่งในสิ่งนี้ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องคุยกันต่อไป”

เมื่อถามว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 112 ถือเป็นการล้มล้างหรือไม่ตามคำวินิจฉัยนี้

ดร.เจษฎ์  ระบุว่า “เฉพาะเสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 ถือว่าไม่ใช่ จะมองแค่ว่าแก้ไขมาตร 112 คือล้มล้างไม่ใช่ ที่บอกว่าปฏิรูปเท่ากับล้มล้างก็ไม่ใช่ มันต้องมองโดยรวมทั้งหมด และจริงๆ ในบรรดาข้อเสนอทั้ง 10 ข้อ จริงๆข้อเสนอไม่ใช่แก้ 112 แต่ข้อเสนอมีเยอะ มีทั้งยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ , ยกเลิกมาตรา112ของประมวลกฎหมายอาญา ,ยกเลิกพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สิยของพระมหากษัตริย์ และ เรื่องของการตัดงบประมาณที่เป็นงบประมาณแผ่นดินที่ให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ”

 

“เมื่อดูทั้ง 10 ข้อประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้าง”

 

 

 

เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจเกินขอบข่ายหน้าที่หรือไม่ที่ไปพาดพิงถึงเครือข่าย หรือองค์กรใดใด อย่างครอบจักรวาล

ดร.เจษฎ์  ระบุว่า “เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันได้ว่าคือถ้าตีความแบบตรงไปตรงมาตามตัวอักษรเป๊ะ ๆ มันจะรวมไปถึงบรรดาผู้ที่ถูกร้องซึ่งต้องไปดูว่าร้องใครบ้าง แต่ถ้าหากไม่ได้ถูกร้องอันนี้เป็นข้อถกเถียงว่าศาลรัฐธรรมนูญสามารถขยายข้อวินิจฉัยไปได้ไกลแค่ไหน ได้ทั้งผู้ที่ถูกร้อง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกรร้องและรวมถึงคนอื่นๆที่คิดจะทำแล้วยังไม่ได้ทำไหม”

 

“ดร.เจษฎ์” ชี้ยุบ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ได้ หากพบเชื่องโยงล้มล้างปกครอง

 

 

เมื่อถามว่าผลของคดีเมื่อวานถือเป็นทางออกของประเทศและสังคมจะได้มีบรรทัดฐานว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้หรือไม่ หรือคือระเบิดเวลาของสัมคม

 

ดร.เจษฎ์  ระบุว่า  “คิดว่าเป็นข้อคิดหนึ่งซึ่งสำคัญมากเพราะว่าเชื่อว่าบรรดาผู้ถูกร้องและเครือข่ายสนับสนุน แต่บรรดาผู้สนับสนุนความคิดนี้ผมคิดว่าไม่เลิกแน่และจะดำเนินการต่อไปเพราะฉะนั้นจะยุ่งกันต่อไป และมีการยกขึ้นมาว่าแล้วแบบนี้ถ้าเอาไปเทียบกับการปฏิวัติรัฐประหาร มันต่างกันยังไง ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นข้อที่น่าคิดมากสำหรับบรรดานายทหารโดยเฉพาะท่านพลเอกทั้งหลาย ที่ได้ก่อการไปแล้ว ที่กำลังคิดอยู่ และที่กำลังคิดว่ามันอาจจะต้องมีการก่อการต่อไป ต้องคิดให้จงหนักเลยว่าถ้าหากลักษณะเช่นนี้เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้าง เวลาที่ยกมาถามว่าสมมุตว่าทำแบบนี้กับสิ่งที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งเป็นการกระทำในส่วนของพระมหากษัตริย์บอกว่าทำไม่ได้เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้าง  แต่ถ้าเกิดทำกับประชาชนการช่วงชิงอำนาจจากประชาชน จากรัฐบาล จากรับสภาของประชาชน มันจะไม่เข้าข่ายหรอ ผมคิดว่าท่านต้องคิดให้เยอะ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นถ้าต่อไปสังคมเป็นแบบนี้ ประชาชนไม่ยอมจะเกิดความวุ่นวายมากเข้าไปใหญ่”

 

“ดร.เจษฎ์” ชี้ยุบ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ได้ หากพบเชื่องโยงล้มล้างปกครอง

 

“มันจะเป็นระเบิดเวลาหรือไม่ มันเป็นระเบิดเวลาได้ 2 ทาง ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มผู้ประท้วง กลุ่มผู้เรียกร้อง และกลุ่มผู้ที่จะคิดการปฏิวัติรัฐประหารต่อไปในอนาคตหรือกลุ่มที่คิดยึดอำนาจเอาจากประชาชน ผมคิดว่าคำวินิจฉัยนี้สำคัญมากและสุดท้ายก็ยังไม่จบ กลุ่มผู้ถูกร้องก็จะต้องทำต่อ ส่วนกลุ่มผู้ร้องก็จะไปร้องเรื่อยๆ เอาที่เชื่อมโยงกับ 10 ข้อนั้น เอาที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นวันที่ 10 สิงหาคม และอย่าลืมว่าวรรคท้ายของมาตรา 49 ระบุว่าไม่ตัดเรื่องอาญา เพราะฉะนั้นเรื่องอาญาทั้งหลายเท่าที่คิดได้เบื้องต้น หมิ่นประมาทแสดงความอาฆาตมาดร้าย มาตรา 112 ,มาตร 113 กบฎ ,มาตรา 116 ปลุกปั่นยุยง พวกนี้ก็อาจจะถูกไปแจ้งความดำเนินคดีเยอะแยะเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นต้องหาทางคลี่คลายสภาวะการนี้ไม่ให้มันลุกลามใหญ่โต”

 

 

 

เมื่อถามว่ามีใครบางคนจ้องจะเอาคำวินิจฉัยของศาลเมื่อวานเป็นสารตั้งต้น ร้องกกต.ให้เช็กบิลพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ฐานเป็นคนให้การสนับสนุนผู้ที่ใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อการล้มล้างการปกครอง ได้หรือไม่

 

ดร.เจษฎ์  ระบุว่า  “ต้องเชื่อมโยง 3 ล็อก ล็อกแรกคือ พรรคเพื่อไทย ,พรรคก้าวไกล เป็นเครือข่ายหรือว่าเป็นองค์กรที่ไปสนับสนุนมีหลักฐานชัดเจนไหม ถ้าสมมุตว่าใช่

 

สองต้องมาดูว่า มีบทบัญญัติกฎหมายไหนในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตร 92 บอกว่าถ้าเกิดพรรคการเมืองไปทำการล้มล้างหรือไปกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบเข้าข่ายยุบพรรค จากนี้ก็ยื่นคำร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ถ้าวินิจฉัยเห็นเป็นเช่นนั้นจริงก็สั่งยุบพรรคได้

 

 

“ดร.เจษฎ์” ชี้ยุบ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ได้ หากพบเชื่องโยงล้มล้างปกครอง

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด