ในยุค 90 ไม่มีใครไม่รู้จัก "จตุรเทพแห่งฮ่องกง" แม้ว่ายุคสมัยที่เปลี่ยนไปจะทำให้คนรุ่นใหม่หันไปหาไอดอลเกาหลีหรือจีน แต่ทั้ง 4 คน ก็ยังมีผลงานออกมาไม่ขาดสาย จนถึงขั้นมีการตั้งคำถามว่าโด่งดังค้างฟ้าขนาดนี้ใครมีทรัพย์สินมากกว่ากัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

แอนดี้ เหลา หรือ หลิวเต๋อหัว, แจ็คกี้ จาง หรือ จางเซียะโหย่ว, ลีออน ไหล หรือ หลี่หมิง และ แอรอน กั๊วะ หรือ กั๊วฟู่เฉิง ได้ชื่อว่าเป็น "จตุรเทพแห่งฮ่องกง" ที่โด่งดังสุดขีดในยุค 90 และสร้างปรากฎการณ์ในอุตสาหกรรมบันเทิงจีนและทั่วโลก เพราะพวกเขารวบหมดทั้งวงการเพลง โทรทัศน์ ภาพยนตร์และโฆษณา แน่นอนว่าด้วยความสำเร็จที่สั่งสมมายาวนานขนาดนี้ ก็ต้อง เป็นที่สงสัยเป็นธรรมดาว่าแต่ละคนจะมีฐานะมั่งคั่งขนาดไหน และใคร "มีมากที่สุด" 

 

ภาพ : IG/andylauox

 

หลิวเต๋อหัว วัย 60 ปี 


เขามีทรัพย์สินราว 70 ล้านดอลลาร์ (2,300 ล้านบาท) โดยหลังเซ็นสัญญากับ TVB ในโครงการฝึกอบรมศิลปิน เมื่อปี 2524 เขาก็ได้รับบทนำในซีรีส์หลายเรื่องจนกลายเป็นหนึ่งใน "ห้าทหารเสือของ TVB" และแม้เขาจะออกจาก TVB เมื่อปี 2528 ด้วยปัญหาเรื่องสัญญาแต่ก็ยังอยู่ในวงการบันเทิงในฐานะนักร้อง แต่อัลบั้มชุดแรก ๆ ยังไม่ดัง แต่ด้วยความอุตสาหะทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปิน Canto-pop ที่ประสบความสำเร็จ และอัลบั้ม "Would It Be Possible" คว้ารางวัลสาขา "Top 10 Gold Song Award" ของ  RTHK เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2533 และหลังจากนั้นเขาก็คว้ารางวัลอย่างน้อย 1 สาขา ในแต่ละปีจนถึงปี 2550 และขึ้นหิ้งศิลปินชาย Canto-pop ที่ได้รับรางวัลสูงสุดที่บันทึกโดย Guinness World

 

นอกจากร้องเพลงแล้วเขายังมีผลงานภาพยนตร์ และครองความนิยมต่อเนื่องจนกระทั่งปี 2534 เขาได้ตั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์ของตัวเองชื่อ Teamwork Motion Pictures และประสบความสำเร็จเกินคาด เขาได้รับความนิยมล้นหลามในจีนแผ่นดินใหญ่ และทำสถิติ Guinness World Record ในฐานะบุคคลที่มียอดผู้ติดตามใน Douyin ถึง 10 ล้านคน ภายใน 12 ชั่วโมง 22 นาที 

แจ็คกี้ จาง หรือ จางเซียะโหย่ว

 

จางเซียะโหย่ว วัย 60 ปี 


เขามีทรัพย์สินราว 50 ล้านดอลลาร์ (1,600 ล้านบาท) เดิมเขาเป็นเจ้าหน้าที่ออกตั๋วเครื่องบินของ Cathay Pacific ก่อนจะชนะประกวดร้องเพลงในฐานะนักร้องสมัครเล่นเมื่อปี 2527 ที่เป็นจุดเริ่มต้นการเข้าสู่อุตสาหกรรมบันเทิง ช่วงระหว่างปี 2528-2541 เขากวาดรางวัลจากเวที Jade Solid Gold Best Ten Music Awards ทุกปี พลาดแค่ปีเดียวคือปี 2531 เมื่อปี 2553 เขาได้ร่วมวงระดับตำนาน Earth, Wind & Fire บันทึกเสียงเพลงคริสต์มาส "Everyday is Christmas" และเพลงนี้ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดเป็นอันดับ 10 กลายเป็นเพลงฮิตร่วมกับ Last Christmas ของ Wham และ All I Want For Christmas Is You ของมารายห์ แครีย์ จากนั้นเขาก็ทำสถิติ Guinness World Record ที่สามารถตรึงคนดูได้มากกว่า 2 ล้านคน ในการแสดงสด 105 รอบ ของการทัวร์คอนเสิร์ต ใน 61 เมือง และก็เหมือนกับ หลิวเต๋อหัว ที่ นอกจากจะมีความสามารถด้านการร้องเพลงแล้ว เขายังมีผลงานด้านภาพยนตร์ที่กวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน แต่เขาต่างจากจตุรเทพอีก 3 คน คือเขาไม่เคยเล่นละครโทรทัศน์เลย

ลีออน ไหล หรือ หลี่หมิง

 

 

หลี่หมิง วัย 54 ปี 


เขามีทรัพย์สินประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ (1,600 ล้านบาท) เขามีจุดเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานขายของบริษัทโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง ก่อนเข้าประกวดเวที New Talent Singing Awards เมื่อปี 2529 และได้ตำแหน่งรองอันดับ 2 จากนั้นได้เซ็นสัญญากับบริษัท Polygram ออกอัลบั้มและได้รับความสำเร็จอย่างสูง และกวาดรางวัลมากมาจากเวที Jade Solid Gold Best Ten Music awards หลายปีติดต่อกัน เขายังโด่งดังข้ามประเทศด้วยการคว้ารางวัลศิลปินจีนที่คว้ารางวัลใน  top 10 chart ของเกาหลีใต้ เป็นตัวแทนนักร้องจากฮ่องกงคนแรกที่ไปเข้าร่วมงาน Asia Song Festival ที่เกาหลีใต้เมื่อปี 2547 หลี่หมิง มีผลงานซีรีส์ทางโทรทัศน์จำนวนมากทางช่อง TVB และยังมีผลงานภาพยนตร์ที่เป็นที่รู้จักในหลายประเทศ เขาเคยเข้าร่วมโครงการให้การศึกษาเรื่องโรคโปลิโอในจีนของ Unicef และได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตสันทวไมตรีของ Unicef ซึ่งถือเป็นพลเมืองฮ่องกงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ 

 

แอรอน กั๊วะ หรือ กั๊วฟู่เฉิง

 

กั๊วะฟู่เฉิง วัย 56 ปี


เขามีทรัพย์สิน 20 ล้านดอลลาร์ (665 ล้านบาท) เขามีฉายาว่า "Canto-pop dancing King" ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "Jade ambassador" ของ HSBC เมื่อปี 2563 และดูเหมือนชีวิตของเขาจะผกผันมากกว่าคนอื่น หลังจากถูกไล่ออกจากบริษัทจำหน่ายอัญมณีเมื่ออายุเพียง 19 ปี เขาก็ไปเข้าคอร์สฝึกเต้นที่ TVB และพรสวรรค์ของเขาก็เปล่งประกายในตอนนั้น เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการเล่น MV และออกรายการวาไรตี้ต่าง ๆ ก่อนได้บทเล็ก ๆ ในซีรีส์ของ TVB หลังไปเข้าคลาสการแสดง และน่าประหลาดที่
ความโด่งดังของเขาไปเริ่มต้นจากการโฆษณามอเตอร์ไซค์ที่ไต้หวัน 

 

กั๊วะฟู่เฉิง เข้าสู่วงการเพลงที่ไต้หวันและได้ออกอัลบั้ม 3 ชุด ที่ไต้หวันก่อนกลับไปฮ่องกง และกลายเป็นหนึ่งในป๊อปสตาร์ที่โด่งดังที่สุดในเอเชีย คว้ารางวัลใหญ่หลายรางวัล ส่วนฉายา "God of Dance" ก็ มาจากสไตล์การเต้นที่ได้รับอิทธิพลของไมเคิล แจ็คสัน ส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์ในการเต้นของเขาด้วย เขาเคยคว้ารางวัลจากเวที Top Ten Hong Kong Dancers เมื่อปี 2548 เขายังสร้างสถิติ Guinness World Record จากการเต้นบนแท่นหมุนในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ Hong Kong Coliseum ซึ่งแท่นหมุนทำมุม 450 องศา ขนาด 10x9.4 เมตร