นักวิเคราะห์ชี้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) คือภัยอันใหญ่หลวงที่สุดต่อความมั่นคงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ทั้งอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น และพื้นที่ชายฝั่งที่อยู่ต่ำจะเผชิญพายุพัดกระหน่ำเพิ่มขึ้นด้วย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เดิมพันของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ไม่อาจสูงไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เมื่อนักวิทยาศาสตร์ต่างมีความเห็นชัดเจนและลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน ในการเตือนมนุษยชาติว่า ถ้าไม่สามารถควบคุมภาวะโลกร้อนได้ผลกระทบก็จะนำไปสู่หายนะที่ไม่อาจแก้ไขได้ ซึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคของโลกที่มีความเสี่ยงมากที่สุด โดยขณะที่เรามัวแต่สนใจกับการแผ่อิทธิพลทางทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้, ภัยคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงและกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ หรือภาวะไร้เถียรภาพที่เกิดจากที่ทหารหันปากกระบอกปืนเข้าหาประชาชนของตัวเองเพื่อรักษาอำนาจ ทำให้หลงลืมไปว่ายังมีภัยต่อความมั่นคงที่ร้ายแรงที่สุดรออยู่ในอนาคตของทวีปเอเชีย ซึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก 

 

ถ้ายังขืนปล่อยปละละเลยต่อไป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็โดนภัยคุกคาม 4 ประการด้วยกัน อย่างแรกคือการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจะเข้าท่วมเมืองใหญ่ของภูมิภาคที่หลายแห่งเป็นชายฝั่ง อย่างที่สองคือจะมีพายุมากขึ้นที่พัดกระหน่ำแนวชายฝั่งที่ราบลุ่มในภูมิภาค อย่างที่สามคืออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อการผลิตอาหาร และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะบีบให้รัฐบาลใช้ทรัพยากรที่หายาก เป็นการเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสที่นำไปสู่ความตึงเครียดทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม 

 

เดือนตุลาคมสำนักงานผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ ออกรายงานหนา 27 หน้า ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านความปลอดภัยจากเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นครั้งแรก โดยระบุว่า อินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์ "อ่อนแอมาก" ขณะที่เมียนมาเป็น "ประเทศที่น่าเป็นห่วง"

รายงานคาดการณ์ว่าภายในปี 2593 ประชากรในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเกือบ 19% เป็น 792 ล้านคน ซึ่งในช่วง 30 ปี ของช่วงเวลานั้น คาดว่ามีประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่จำนวนประชากรลดลง สวนทางกับประเทศอื่นที่เพิ่มขึ้น เช่น สิงคโปร์ 9.5% ฟิลิปปินส์เกือบ 32% และอินโดนีเซีย 21% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของประชากรย่อมส่งผลกระทบอย่างแท้จริงต่อความมั่นคงด้านอาหาร ปัจจุบันฟิลิปปินส์กับอินโดนีเซียก็ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหาร

 

ตัวเลขเมื่อปี 2563 ประชากร 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมกันที่ 667.3 ล้านคน ประเทศที่ใหญ่ที่สุดคืออินโดนีเซีย มี 273.5 ล้านคน รองลงมาคือฟิลิปปินส์ 109.6 คน และเวียดนาม 97.3 คน แต่ถ้าถึงปี 2593 ภูมิภาคนี้จะมีประชากรเพิ่มขึ้น 19% เป็นประมาณ 792 ล้านคน