นายมนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า หากรัฐบาลมีการออกมาตรการ ช้อปดีมีคืน ที่ให้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงเดือน ธ.ค.2564 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อีกมาก
ทั้งนี้ หากมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย 2 ล้านคน รวมวงเงิน 2 แสนล้านบาท กำหนดวงเงินใช้จ่ายเพื่อขอหักลดหย่อนภาษีไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน โดยรัฐบาลจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% หรือคิดเป็น 14,000 ล้านบาท
ส่วนการคืนเงินภาษีให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการวงเงินรวม 26,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มคืนให้ผู้เสียภาษีช่วงกลางปี 2565 ซึ่งก่อนหน้านั้นรัฐบาลนำเงินภาษีที่เก็บได้ใช้ประโยชน์อื่นทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้จำนวนรอบมากที่สุดและเงินหมุนเวียนได้มากที่สุด
ทั้งนี้ มาตรการ ช้อปดีมีคืน เคยถูกนำมาใช้ระหว่างวันที่ 23 ต.ค.2563-31 ธ.ค.2563 โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 111,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันจีดีพีเพิ่มขึ้น 0.30% ในขณะที่รัฐเสียรายได้ 14,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 3.7 ล้านคน
โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ผู้เข้าร่วมโครงการต้องไม่รับสิทธิ์ตามโครงการ คนละครึ่ง รวมทั้งยกเว้นค่าสินค้าหรือค่าบริการ ดังนี้ ค่าสุรา เบียร์ และไวน์ ค่ายาสูบ ,ค่าน้ำมันและก๊าซยานพาหนะ ,ค่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์และเรือ ,ค่าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร รวมถึงในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ,ค่าบริการจัดนำเที่ยว และค่าที่พักโรงแรม