นอกจากนี้ ปีหน้าสื่อนอกบ้านและสื่อโรงภาพยนต์จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญหลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย กลับมาโกยเงินสัดส่วนประมาณ 15% หรือ 13,000 ล้านบาท รับพฤติกรรมผู้บริโภคใช้ชีวิตนอกบ้าน ความเป็นเมืองขยายตัวขึ้น ส่วนเม็ดเงินอีกประมาณ 5% หรือประมาณ 4,000 ล้านบาทจะยังหล่อเลี้ยงอยู่ที่สื่อดั้งเดิมคือ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ เป็นต้น
ที่ต้องจับตาต่อปี 2565 คือหมวดหมู่สินค้าที่จะเปย์งบโฆษณาหนัก เจาะผู้บริโภค โดย 6 พระเอก ได้แก่
1.กลุ่มรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า(อีวี) แม้ขนาดตลาดยังเล็ก แต่ “ผู้นำ” ต้องแอ๊คชั่นไว้ก่อน รวมถึงมอเตอร์ไซค์หากท่องเที่วฟื้นตัว ตลาดรถเช่าจะหนุนให้การค้าขายมอเตอร์ไซค์คึกคัก
2.ธุรกิจที่สอดคล้องกับวิถีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอี-มาร์เก็ตเพลส บริการเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มรับชมวิดีโอออนไลน์ต่างๆ
3.ธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล จะทำตลาดกันมากขึ้น เพราะหลังโควิดคลี่คลาย ประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านฐานะทางการเงินจะมีความต้องการ “เงินกู้” มากขึ้นแน่นอน
4. หมวดสุขภาพ ความงาม และสุขอนามัย
5. ท่องเที่ยวและการพักผ่อนในประเทศ
6. สินค้าเกี่ยวข้องกับการเกษตร
ด้านผลการดำเนินงานของเอ็มไอ ปีนี้ประคองธุรกิจให้อยู่รอด ทั้งบริษัทและลูกค้าปรับตัวอย่างต่อเนื่องในการสื่อสารการตลาด ขณะที่การใช้จ่ายเงินของลูกค้าหากเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่ต้องไตร่ตรองการตัดสินใจซื้อมากนัก(Low Involvement) ยังใช้จ่ายเงินโฆษณากับทีวีกว่า 60% อินเตอร์เน็ต 20% ที่เหลือเป็นสื่อนอกบ้านและสื่ออื่นๆ ส่วนสินค้าที่ต้องขบคิดหนัก(High Involvement) จะเทเงินกับทีวี 50% อินเตอร์เน็ต 30-35% เป็นต้น