ด้าน นายดิษทัต ปันยารชุน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความต้องการน้ำมันที่สูงขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว , หรือการเปิดประเทศ รวมถึงการเก็งกำไรของกองทุน (เฮดฟันด์) ต่างๆ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกไตรมาส 4 ปีนี้ จนถึงไตรมาส 1ปี 65 จะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีสิทธิจะมีการขยับขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ได้กรณีปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นมีแนวโน้มที่ขยับไปในทางที่เป็นบวก ดังนั้นน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2564จะอยู่ที่ 67-69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลขณะที่ปี 65 คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ดังนั้นต้องติดตาม การประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(โอเปกพลัส) 23 ประเทศ 4 พ.ย.ใกล้ชิด
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า หากลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ซึ่งปัจจุบันใช้น้ำมันดีเซลวันละ 60 ล้านลิตร เงินภาษีของรัฐจะหายไปเดือนละประมาณ 10,000 ล้านบาทหรือปีละ 120,000 ล้านบาท คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้สรรพสามิตจากน้ำมันดังนั้นส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรจะดำเนินการทั้งหมดแต่หากจะบรรเทาผลกระทบระยะสั้นสามารถลดได้ 1-2 บาทต่อลิตรก็น่าจะเพียงพอ