ปคบ.ร่วมองค์การเภสัชกรรม ขยายผลต่อลักลอบนำยา“ฟาเวียร์”ขายออนไลน์ ซัดทอดติดต่อซื้อจากผู้บริหารระดับสูง ขอหมายค้นเข้าตรวจค้นเก็บหลักฐาน 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ไม่พบหลักฐานรักษาผู้ป่วยโควิด19  ออกหมายเรียกผอ.รพ.รับทราบข้อหา 4 พ.ย.นี้ 

1 พฤศจิกายน 2564 พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภก.กิตติ ระหงษ์ ผอ.กองการขายภาคเอกชน ฝ่ายการตลาดและการขาย องค์การเภสัชกรรม และ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. แถลงการขยายผลกรณีจับกุมลักลอบนำยาฟาเวียร์ จาก รพ.ออกมาขายทางออนไลน์

 

พล.ต.ต.อนันต์ เปิดเผยว่า เป็นการขยายผลการตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ ที่พบว่ามีการลักลอบนำยาฟาวิพิราเวียร์ออกมาจำหน่ายนอกโรงพยาบาลโดยไม่รับอนุญาต โดยหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นระดับผู้จัดการของโรงพยาบาลดังกล่าว ได้ให้การซัดทอดว่า ได้ติดต่อซื้อยาฟาเวียร์จากผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล จากนั้นจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายค้นเข้าตรวจสอบที่โรงพยาบาลดังกล่าว ในวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา 

 

พบหลักฐานเป็นเอกสารในการสั่งซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ ยี่ห้อฟาเวียร์ ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม แต่ไม่พบประวัติการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แต่อย่างใด และจากการสอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่พบว่าโรงพยาบาลดังกล่าวมีผู้ป่วยโควิด-19 มารับการรักษา พนักงานสอบสวนก็ได้ออกหมายเรียกให้ผู้บริหารโรงพยาบาลคนดังกล่าว ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้    

 

ออกหมายเรียกผอ.รพ. หลังพบเกี่ยวข้องนำยา“ฟาเวียร์”ขายออนไลน์

โดยเบื้องต้นจะดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 , พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และ พ.ร.บ.วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ.2537 ขณะที่พล.ต.ต.อนันต์ ฝากเตือนให้ประชาชนควรมีความระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 เนื่องจากพบว่ามีผู้ฉวยโอกาสนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ และไม่ได้รับอนุญาต มาหลอกขายตามท้องตลาดเป็นจำนวนมาก

 

ด้านนายแพทย์ธเรศ  เปิดเผยว่า ฝากเตือนให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งดำเนินกิจการอย่างมีจริยธรรม และจัดหายาให้ผู้ป่วยให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยทุจริต

 

ขณะที่เภสัชกรหญิงสุภัทรา บอกว่า จะตรวจสอบรายงานการซื้อขายยาฟาวิพิราเวียขององค์การเภสัชกรรมที่ขายกับโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อดูความผิดปกติของการขายว่ามีการรั่วไหลออกนอกระบบหรือไม่ หากพบจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ในส่วนของประชาชนยาฟาวิพิราเวียร์ ยี่ห้อฟาเวียร์ ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม ปัจจุบันมีจำนวนเพียงพอ จึงเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

 

ขอย้ำว่า อย่าซื้อยาทางสื่อออนไลน์มารับประทานเองโดยเด็ดขาด การใช้ยาที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ง่าย ส่งผลให้ใช้ยาไม่ได้ผลเมื่อเกิดการติดเชื้อ
 

 

ออกหมายเรียกผอ.รพ. หลังพบเกี่ยวข้องนำยา“ฟาเวียร์”ขายออนไลน์

สำหรับการขยายผลครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจ บก.ปคบ. และ อย. ได้ทลายเครือข่ายลักลอบจำหน่ายยาฟาเวียร์ทางสื่อออนไลน์โดยผิดกฎหมาย โดยเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 8 จุด ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 9 คน พร้อมยึดของกลาง ยาฟาเวียร์ จำนวน 390 กล่อง

 

โดยยาของกลางดังกล่าว เล็ดลอดออกมาโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมานคร โดยมีคนในซึ่งเป็นระดับผู้จัดการซื้อออกมาจำหน่ายเอง เอากำไรต่อเป็นทอดๆ โดยใช้ช่องทางออนไลน์ ราคาต้นทุนที่โรงพยาบาลเอกชนรับซื้อจากองค์การเภสัชกรรม อยู่ที่ราคากล่องละ 1,600 บาท จากนั้นผู้จัดการของโรงพยาบาลดังกล่าวได้ซื้อต่อมาราคากล่องละ 2,000 บาท เพื่อขายต่อ ปลายทางมีราคาพุ่งสูงขึ้น 5,000 ถึง 8,000 บาท

 

ออกหมายเรียกผอ.รพ. หลังพบเกี่ยวข้องนำยา“ฟาเวียร์”ขายออนไลน์