นายกฯ ยังกล่าวถึงเบื้องหลังความท้าทายในการเป็นเจ้าภาพว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้เข้ามาพูดคุยกับผมตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ตั้งแต่ ครม. ชุดแรก (หนู 1) ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับท่าน ซึ่งในขณะนั้นมีความกังวลอย่างมากเนื่องจากตอนนั้นยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า หากเป็นเรื่องของประเทศชาติ เราจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการประจำ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทุกคน จนทำให้การจัดงานผ่านพ้นไปได้อย่างเรียบร้อย
เมื่อถามว่า การจัดงานเป็นเจ้าภาพครั้งนี้แสดงว่าเราคุ้มทุน คุ้มค่าหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการคิดคำนวณกำไรขาดทุนแบบคุ้มทุน แต่เป็น "ความคุ้มค่า" และเป็นสิ่งที่ต้องทำ โดยภายในงานนำไปสู่การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือต่าง ๆ (MOU) ขึ้นในประเทศไทย อันเป็นการช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจและสร้างฐานการเติบโตใหม่ของประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แบบไทยแลนด์พลัสใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เป็น "Exponential" คือโตแบบก้าวกระโดด หรือโตแบบยกกำลัง