เด็กเพื่อไทย จี้ รัฐจริงใจช่วยเหลือชาวนา หลังราคาข้าวตกต่ำตั้งแต่รัฐประหาร57 โอด! ชาวนาขายข้าว 1 กิโลยังซื้อมาม่ากินไม่ได้ ชี้ “บิ๊กตู่” หมดสภาพไร้ปัญญาแก้ราคาข้าว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ คณะทำงานคนรุ่นใหมพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าพรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ถึงปัญหาราคาข้าวในพื้นที่เชียงรายตกต่ำมาก โดยปัจจุบันราคาที่โรงสีรับซื้ออยู่ที่ 5.60-5.80 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสวนทางกับต้นทุนการปลูกข้าว ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่ปัจจุบันปรับขึ้นถึง 960-980 บาทต่อตัน รวมทั้งผลจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งปรับขึ้นมาเกือบเท่าตัวจาก 300 บาทต่อเที่ยวเป็น 500 บาทต่อเที่ยว

“ทุกวันนี้ชาวนาขายข้าวเปลือก 1 กิโลกรัม ยังซื้อมาม่ามากินไม่ได้ และตั้งแต่มีการรัฐประหารในปี 2557 ราคาข้าวก็ตกต่ำลงมาเรื่อยๆ ไม่เคยเพิ่มขึ้น ซึ่งถือว่าตลอดเวลา 7 ปีที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ปล้นความสุขของคนไทยโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรชาวนาไป” นายวิกรม กล่าว

เด็กเพื่อไทย จี้ รัฐช่วยชาวนา โอด! ขายข้าว 1 กิโลยังซื้อมาม่ากินไม่ได้  

ทั้งนี้ นายวิกรม กล่าวว่า ตนอยากให้รัฐบาลจริงใจที่จะช่วยเกษตรกรมากกว่าที่ผ่านมา เพราะแม้จะมีราคาประกันรายได้ของรัฐ แต่จะมีประโยชน์อะไรหากไม่มีโรงสีรับซื้อข้าว ปัจจุบันจำนวนผู้ประกอบการโรงสีกว่า 80% ในพื้นที่หยุดกิจการ เช่น ในจังหวัดเชียงราย เดิมมีโรงสี 60 แห่ง ตอนนี้เหลือ 4 แห่ง และ จังหวัดพะเยา เดิมมีโรงสี 25 แห่งตอนนี้เหลือ 4 แห่งเช่นกัน และที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่จะมีแต่โรงสีขนาดเล็กที่สีขายในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้เป็นทุกพื้นที่ และปัญหาดังกล่าวทางพรรคเพื่อไทย ได้เตือนรัฐบาลตลอดเวลา แต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ให้ความสนใจและไม่ใส่ใจที่จะช่วยเหลือเกษตรกรแต่อย่างใด  

เด็กเพื่อไทย จี้ รัฐช่วยชาวนา โอด! ขายข้าว 1 กิโลยังซื้อมาม่ากินไม่ได้

นายวิกรม กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ ทางกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเชียงรายได้จับมือร่วมกับนักธุรกิจในการระดมทุนลงขันรับซื้อข้าวเหนียวเปลือกเบื้องต้นจำนวน 3,000 กิโลกรัม เพื่อนำไปสีกับโรงสีในชุมชน และนำมาแจกจ่ายให้ประชาชน ผู้ที่กำลังเดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้นไปก่อน ซึ่งทางคณะทำงานได้ตั้งราคารับซื้อข้าวเปลือกเหนียวอยู่ที่ 8 บาทต่อหนึ่งกิโลกรัม และตั้งเป้ารับซื้อ 10,000 กิโลกรัม โดยกระจายทุกพื้นที่ของเชียงราย ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลมีความจริงใจที่จะช่วยเกษตรกรอย่างแท้จริง และเชื่อว่ารัฐบาลจะช่วยได้แน่ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีความจริงใจจากรัฐต่อเกษตรกรแต่อย่างใด