ปฏิบัติการรื้อนั่งร้านจัดการ "ผู้กองธรรมนัส" ดูล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะเจอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพลังประชารัฐ "ทุบโต๊ะ" ประกาศทุกอย่างคงเดิม ทำให้เกิดคำถามว่าอนาคตของพรรค และ "ลุงตู่" จะเดินเคียงคู่กันต่อไปได้หรือไม่

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

โดยเฉพาะกลุ่ม 6 รัฐมนตรีที่ออกตัวแรงยื่นใบลาออกจากกรรมการบริหารหวังกดดันให้ผู้กองธรรมนัส พ้นเก้าอี้เลขาธิการพรรค

 

"เนชั่นทีวี" ประเมินว่า ทิศทางสถานการณ์หลังจากนี้เป็นไปได้ 5 แนวทาง กล่าวคือ

 

1.อยู่กันต่อ ทนๆ กันไป สภาพคล้ายๆ "ผัวเมียละเหี่ยใจ" กอดคอกันไปสู้ศึกเลือกตั้ง โดยปรับโครงสร้างใหม่ตามแนวทางที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคนำเสนอ คือ ให้รัฐมนตรีดูแล ส.ส.แยกเป็นภาคๆ

 

แต่การอยู่ร่วมกันต่อไปก็มีความเสี่ยง คือ เอกภาพไม่มี อาจเกิดการจ้องเอาคืน ต้องคอยระวังหลัง โดยเฉพาะเวลาประชุมสภาฯ พิจารณาร่างกฎหมาย เสียงสนับสนุนอาจไม่พอ กฎหมายไม่ผ่าน การต่อรองมีสูง 

 

ปัญหานี้เห็นชัดๆ ว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล รวมแถลงข่าวกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็มีนักข่าวถามย้ำๆ หลายคำถามถึงประเด็นเอกภาพ และเสถียรภาพของรัฐบาลในการบริหารประเทศ ตลอดจนเผชิญการตรวจสอบจากสภา โดยเฉพาะงานพื้นฐานที่สุดคือผ่านกฎหมาย

 

ผู้กองคงกระพัน! จับตา 5 แนวทางนายกฯ-พปชร.

 

 

แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีการสร้างภาพจับมือกัน แถลงข่าวด้วยกัน แต่ก็สร้างความมั่นใจอะไรไม่ได้ ที่สำคัญ "ผู้กองธรรมนัส" ไม่ได้มาร่วมแถลงด้วย และคู่กรณีสำคัญ อย่าง 6 รัฐมนตรี ก็ไม่ได้แถลงจับมือกันทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มสามมิตร ไม่มีใครปรากฏตัวเลย ทั้งยังมี 2 คนไม่ได้เข้าร่วมประชุมกรรมการบริหารพรรค คือ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม 

 

หลังจากนี้ การปรับ ครม.จะเกิดยากขึ้น แม้จะมีตำแหน่งว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง เพราะกลุ่ม "ผู้กองธรรมนัส" จะพยายามยื้อว่าเป็นโควต้าพรรค นายกฯตั้งตามใจชอบไม่ได้ บทสรุป คือ นายกฯยึดพรรคไม่สำเร็จ และ "ผู้กองธรรมนัส" ก็ยังมีอำนาจ แม้จะกระจายอำนาจออกไปเป็นระบบ "หัวหน้าภาค" ให้รองหัวหน้าหรือรัฐมนตรีของพรรคดูแล ส.ส.เป็นรายภาคแล้วก็ตาม

 

 

2.ทางใครทางมัน เพราะล่าสุดมีข่าวกลุ่มก๊วนต่างๆ ในพรรค เริ่มติดต่อหาพรรคใหม่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่ม 6 รัฐมนตรี

 

"เนชั่นทีวี" ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวในพรรคพลังประชารัฐว่า 1 ใน 6 รัฐมนตรีที่เคลื่อนไหวรื้อนั่งร้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ติดต่อหาพรรคใหม่เป็นทางเลือกสำรองเรียบร้อยแล้ว เป็นพรรคใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง

 

ผู้กองคงกระพัน! จับตา 5 แนวทางนายกฯ-พปชร.

 

อีกหนึ่งร่องรอยของการอพยพหนีความขัดแย้งที่เห็นกันชัดๆ ก็คือ กรณีมีข่าว นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พลังประชารัฐ เตรียมย้ายพรรค หลังออกมาแฉระหว่างเคลียร์ใจที่บ้านป่ารอยต่อฯ ว่ามี "ขาใหญ่อีสาน" อมเงินพรรคที่ส่งให้ ส.ส.ไปใช้ทำกิจกรรมการเมืองช่วงเลือกตั้ง

 

ปรากฏว่าบรรดาขาใหญ่ยังใหญ่อยู่ที่เดิม ไม่มีการปรับโครงสร้างพรรค ทำให้ ส.ส.สัมฤทธิ์ ทำท่าจะอยู่ไม่ได้ และก่อนหน้านี้ ก็ได้ให้ลูกสาวลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองในกระทรวงของรัฐมนตรีพลังประชารัฐ ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว

 

ส่วนกลุ่มสามมิตร เป็นที่รู้กันดีว่า หากเห็นท่าไม่ดี ก็สามารถเก็บกระเป๋าย้ายสำมะโนครัวกันได้ง่ายๆ แบบไม่เหลือเยื่อใยกันเลยทีเดียว

 

3.นายกฯพยายามยึดพรรครอบใหม่ แนวทางนี้ต้องบอกว่า สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร แน่นอนว่า "ศึกรื้อนั่งร้าน" นายกฯ และ 6 รัฐมนตรีสายตรงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่โอกาสหน้ายังมี เพราะศึกครั้งนี้ยังอีกยาวไกล

 

4.นายกฯหอบ "พี่ป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รวมถึงกลุ่มก๊วนต่างๆ ที่ยังภักดี ย้ายพรรคหนี ไปตั้งพรรคใหม่

 

"เนชั่นทีวี" ได้รับข้อมูลยืนยันจากทีมงานใกล้ชิดนายกฯ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐขณะนี้ ทำให้นายกฯรู้สึกไม่ดีอย่างมาก ถึงขั้นมีการฟื้นแนวคิดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ขึ้นมาจริงๆ โดยอาจใช้บริการ "พรรคบิ๊กฉิ่ง" นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทย ที่ได้เดินหน้าตั้ง "พรรคเศรษฐกิจไทย" เอาไว้รองรับพี่น้อง 3 ป.อยู่แล้ว

 

แต่จุดอ่อนของแนวทางนี้ก็ คือ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองแบบปัจจุบันทันด่วน ก็มีโอกาสสูงที่พรรคใหม่จะไม่มีความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งเท่าพรรคพลังประชารัฐ ฉะนั้นหากเลือกแนวทางนี้ ก็มีสิทธิ์เจอ "ผู้กองเอาคืน" แกล้งป่วนให้โหวตกฎหมายไม่ผ่าน โอกาสแหกด่านตั้งพรรคใหม่ อาจไม่ทันเวลา และถูกเบียดตกเวทีไปโดยปริยาย

 

5.ปิดท้ายที่แนวทาง 3ป.ยังรักกันดี แต่ "บิ๊กป้อม" ไม่อยากให้เกิดแรงกระเพื่อมมากในช่วงนี้ จึงดึงเกมเอาไว้ก่อน ไม่ให้ร้อนแรงไปกว่าที่เป็นอยู่ และเมื่อมีจังหวะดีๆ ก็จะสละเรือหนีจาก "ผู้กองธรรมนัส" 

 

แต่ละแนวทางมีความเป็นไปได้ แต่ข่าวที่ "เนชั่นทีวี" ได้รับมาค่อนข้างชัดว่า แนวทางที่ 3 หรือ 4 มีความเป็นไปได้สูงที่สุด ส่วนแนวทางที่ 1 นั้น หากเป็นไปได้ก็เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เหมือนดีกันเพื่อรอวันทะเลาะกันรอบใหม่