การประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐวันนี้ หลายฝ่ายลุ้นว่าจะมี "สึนามิการเมือง" ถล่ม "ผู้กองธรรมนัส" จนต้องกระเด็นจากเก้าอี้เลขาฯพรรคหรือไม่ แต่ข่าววงในแจ้งว่าสถานการณ์อาจพลิกผัน จนสุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น และแกนนำพรรคอาจต้องร้องเพลง "ให้มันแล้วๆ ไป"

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

การนัดประชุมกรรมการบริหารพลังประชารัฐวันนี้ ถูกจับตาเป็นพิเศษว่าจะเป็นการประชุม "ดับฝันผู้กอง" หรือไม่ โดยเฉพาะการกลับไปใช้สถานที่ประชุมเป็น "ที่ทำการพรรค" คือ อาคารรัชดา วัน ซึ่งเป็นอาคารของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตเลขาธิการพรรคคนใหม่ ตามข่าวที่ออกมาด้วย

 

ที่ผ่านมาในระยะหลังๆ การประชุมพรรคพลังประชารัฐทุกครั้ง นับตั้งแต่ช่วงที่มีปัญหาเดินเกมโหวตล้มนายกฯเป็นต้นมา ได้ใช้ห้องประชุมในอาคารรัฐสภา เป็นสถานที่จัดประชุม โดยมีข่าวว่า "ผู้กองธรรมนัส" ไม่พอใจที่ นายสันติกลับลำ เอาความในไปบอกนายกฯ ว่าจะมีเกมโหวตล้ม หรือโหวตเขย่า ทำให้นายกฯรู้ตัวก่อน จนนำมาสู่การ "งัดกล้วยสู้" และสุดท้ายปลายทาง คือ ผู้กองธรรมนัสถูกปลด

 

การเปลี่ยนสถานที่ประชุมจากอาคารรัฐสภา มายังที่ทำการพรรค จึงมีนัยทางการเมืองว่าผู้กองธรรมนัส อาจจะเสื่อมมนต์ขลัง หรือกำลังจะหมดบารมี นอกเหนือจากเรื่องที่ถูกชาวบ้านตำหนิ ว่าทำไมไม่ประชุมที่พรรคตัวเอง มาใช้น้ำไฟหลวงแทน

 

แต่ศึกครั้งนี้ดูจะไม่จบง่าย เพราะเท่าที่เช็คข่าววงล่าสุดวานนี้จนถึงเย็นย่ำค่ำมืด ปรากฏว่ามีกรรมการบริหารพรรคยื่นใบลาออกแค่ 8 คน จากเดิม 9 คน โดยเปลี่ยนใจ 1 คน ซึ่งถือว่ายังไม่เกินครึ่ง

เพราะตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ข้อ 15 ระบุว่า กรรมการบริหารพรรคจะพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ หากมีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกึ่งหนึ่ง (ลาออก) ซึ่งปัจจุบันพรรคมีกรรมการบริหาร 26 คน ก็ต้องลาออก 14 คน จึงจะทำให้กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งยกชุด และเปิดทางให้เลือกชุดใหม่ภายใน 45 วัน

 

เมื่อกรรมการบริหารพรรคยังลาออกไม่ถึงครึ่ง การประชุมวันนี้ก็ยังไม่น่ามีอะรไมาก และน่าจะยังไม่แตกหัก และมีแนวโน้มสูงที่ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเจรจาให้ทุกฝ่ายยอมกลับมาจับมือกัน ไม่ต้องล้างไพ่ใหม่ให้เสียเวลา

 

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่าช่วงเย็นวาน มีการเรียก ส.ส.ให้เข้าไปที่บ้านป่ารอยต่อ ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เพื่อให้ตอบแบบสอบถาม คล้ายๆ ทำโพลล์หยั่งสียง ว่ายังไว้วางใจคณะผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันอยู่หรือไม่ และให้นำไปหย่อนในกล่องที่เตรียมไว้ ปรากฏว่าทุกคนส่งแบบสอบถามเรียบร้อย และเมื่อเปิดกล่อง นำมานับคะแนน ปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ยังไว้วางใจให้ "บิ๊กป้อม" เป็นหัวหน้าพรรค และให้ "ผู้กองธรรมนัส" เป็นเลขาธิการต่อไป

ผลการหยั่งเสี่ยงที่ว่านี้ จะนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชุมรัฐในวันนี้ต่อไป โดย "บิ๊กป้อม" พูดคุยกับ ส.ส.อย่างอารมณ์ดีว่า ขอให้เลิกแล้วต่อไป และขอให้เริ่มต้นกันใหม่

 

จากคำพูดของ "บิ๊กป้อม" ทำให้มีการตีความกันว่า ได้เคลียร์ใจ ส.ส. กรณีที่มีการทำโพลล์สำรวจความนิยมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า โดยเฉพาะ ส.ส.ใต้ และขอให้ความขัดแย้งจบลงเพียงเท่านี้ ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า การประชุมพลังประชารัฐวันนี้ จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

 

สาเหตุหนึ่งที่ พล.อ.ประวิตร ต้องตัดสินใจเลือกแนวทางนี้ มีความเป็นไปได้ โดยเกรงว่าจะเสียอำนาจในการเป็นผู้นำพรรคพลังประชารัฐต่อไป และจะกลายเป็นการเปิดทางให้ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ายึดพรรค เนื่องจากกรรมการบริหารชุดที่ยื่นใบลาออกเกือบทั้งหมด มีฐานเสียงในจังหวัดที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยลงพื้นที่ไปตรวจน้ำท่วมทั้งสิ้น ฉะนั้นบทสรุปสุดท้ายของการประชุมกรรมการบริหารพรรค จึงอาจจบลงทื่คำว่า "เลิกแล้วต่อกัน"