รายงานข่าวระบุว่า บริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด มีปัญหาในการเจรจาขอสินเชื่อเพื่อลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยได้รับการชี้แจงจากสถาบันเงิน 3 ประเด็น สำคัญ ประกอบด้วย
- โครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์มีปัญหาซบเซา จำนวนผู้โดยสารน้อยลงจากผลกระทบของโควิด-19 โดยจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยล่าสุดลดเหลือวันละ 9,000 คน จากช่วงก่อนการระบาดมีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 70,000 คน
- รัฐบาลให้การสนับสนุนนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ลดลง เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา
- อัตราหนี้ของกลุ่มซีพีชนเพดาน หลังจากที่ผ่านมาธุรกิจในเครือมีการกู้เงินเพื่อลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะการซื้อกิจการของเทสโก้ในประเทศไทยและมาเลเซีย 338,445 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนดังกล่าวกลุ่มซีพีใช้ทั้งกระแสเงินสดของบริษัทในกลุ่มซีพีและการกู้เงิน
สำหรับมูลค่าหนี้สินของบริษัทสำคัญในเครือซีพี รวม 1.6 ล้านล้านบาท แบ่ง 2 ส่วน คือ
- บริษัทเครือเจิญโภคภัณฑ์ จำกัด 96,508 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563
- บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูลไตรมาส 2 ปี 2564 ประกอบด้วย CPF 509,450 ล้านบาท , CPAll 404,400 ล้านบาท , True 544,333 ล้านบาท และ Makro 47,274 ล้านบาท
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กลุ่มซีพีต้องยื่นกู้เงินจากธนาคารสัดส่วน 80% ของมูลค่าโครงการที่ 2.2 แสนล้านบาท หรือต้องกู้ราว 1.7 แสนล้านบาท
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า ในช่วงที่มีการลงนามสัญญาร่วมลงทุนเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 79,000 คน แต่โควิด-19 ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดลงและจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 9,000 คน จึงทำให้เอกชนคู่สัญญาขอให้ภาครัฐช่วยพิจารณาว่าในสัญญาเข้าข่ายให้มีการเยียวยาหรือไม่
ทั้งนี้ การแก้ไขสัญญาครั้งนี้จะแก้ไขเฉพาะจุด และเมื่อคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เห็นชอบรายละเอียดส่วนที่จะแก้ไขสัญญาจะเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) และ ครม.ให้ความเห็นชอบก่อนลงนามแก้ไขสัญญา
นายคณิศ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการพิจารณาการเยียวยาผลกระทบพบว่ามีความเป็นเพราะบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จํากัด ไม่ได้จัดงบประมาณสำหรับบริหารแอร์พอร์ตเรลลิงก์หลังวันที่ 25 ต.ค.เป็นต้นไป รวมทั้งเอกชนคู่สัญญาได้เข้ามารับถ่ายทอดงานบริหารโครงการแล้ว 80% จึงทำให้การรับหน้าที่เดินรถไฟฟ้าต่อไม่มีปัญหา
ขอบคุณข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ