ปัจจุบันมีชาวฮ่องกงหลายหมื่นคนที่แจ้งความประสงค์ขอเดินทางออกนอกประเทศไปใช้ชีวิตใหม่ในอังกฤษพวกเขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกบังคับให้ทิ้งเงินออมเพื่อการเกษียณของตนไว้ที่ฮ่องกง ในขณะที่รัฐบาลจีนกำลังเข้ามาควบคุมเสรีภาพของเมืองอย่างหนัก
จากการที่รัฐบาลอังกฤษยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวฮ่องกงที่ต้องการอพยพมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศอังกฤษ ด้วยการเปิดวีซ่าชนิดพิเศษสำหรับชาวฮ่องกง British National Overseas หรือที่เรียกว่า BN(O) โดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา
ชาวฮ่องกงกว่า30,000คน พร้อมกับครอบครัว สามารถทำงาน เรียนหนังสือ และใช้สวัสดิการสาธารณสุขของอังกฤษได้ รวมถึงลูกๆ ของคนที่ได้วีซ่า ก็จะสามารถใช้สิทธิ์เรียนฟรีได้ที่โรงเรียนรัฐบาลทุกแห่งด้วย (แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจากการขอวีซ่าก่อน) ซึ่งหลังจากที่ได้วีซ่า BN(O) แล้ว สามารถขอสัญชาติอังกฤษได้ หากผ่านเงื่อนไขตามที่รัฐบาลกำหนด โดยจะใช้เวลารวม 6 ปี จึงจะได้สัญชาติ
แต่การปฏิเสธการจ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของรัฐบาลจีน และประกาศเพิกถอนการรับรองวีซ่าจำนวน 30,000 เมื่อไตรมาสแรกของปีพ.ศ. 2564 ทำให้ผู้ที่ยื่นขอวีซ่า BN(O) เหล่านี้ไม่สามารถพิสูจน์ตนเองในการเดินทางออกจากฮ่องกงได้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับการเข้าถึงเงินทุนก่อนกำหนด
ผู้ดูแลทรัพย์สิน สถาบันการเงินสำคัญๆ เช่น HSBC , Manulife Financial , AIA และ Sun Life Financial จึงมีความจำเป็นต้องระงับการจ่ายเงินออมให้กับผู้ที่ย้ายถิ่นฐานที่มีการขอวีซ่าดังกล่าว