บุรีรัมย์ อดีตนายก อบต.ส้มป่อย บุกโรงพักติดตามเร่งรัดคดีหลังแจ้งความเอาผิดผู้ลักลอบปลอมลายเซ็น เพื่อเลื่อนตำแหน่งผ่านไป 7 ปีคดียังไม่คืบ เชื่อเป็นฝีมือคนใน อบต. ยันเอาผิดตามกฎหมาย อีกฝ่ายโต้ทำตามกระบวนการทุกขั้นตอน ให้ไปถามข้อมูลจาก ปปช.เอง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

22 ตุลาคม 2564 นายสมเกียรติ บุญมามอญ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลส้มป่อย อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมทนายความ ได้เดินทางไปยัง สภ.โนนดินแดง เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังจากนายสมเกียรติ อดีตนายก อบต.เคยแจ้งความร้องทุกข์ให้เอาผิดกับบุคคลที่ลักลอบปลอมลายเซ็นหรือลายมือชื่อของตัวเอง เพื่อเลื่อนตำแหน่งจากนักวิชาการเกษตร 5 เป็นนักวิชาการเกษตร 6 ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงขณะนี้ผ่านไป 7 ปีคดียังไม่คืบหน้า จึงอยากให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดคดีในการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำมาลงโทษ   เพราะถือเป็นการปลอมแปลงเอกสารทางราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และเชื่อว่าผู้ที่ลักลอบปลอมแปลงลายเซ็นของตัวเอง น่าจะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน อบต.เอง คนนอกคงไม่สามารถกระทำได้ 

อดีตนายกอบต.บุกโรงพักถูกปลอมลายเซ็นเลื่อนตำแหน่ง 7 ปีคดีไม่คืบ

นายสมเกียรติ อดีตนายก อบต. เล่าว่า เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมามีหนังสือคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลส้มป่อย ที่ 07/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติและประเมินผลงาน ด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลส้มป่อย จะดำเนินการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งพนักงานส่วนตำบล ให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นนอกระดับควบ สำหรับตำแหน่งที่กำหนดเป็นตำแหน่งผู้ปฏิบัติงาน ที่มีประสบการณ์สายงานเริ่มต้นจากระดับ 3 จำนวน 1 ราย คือ ตำแหน่งนักวิชาการเกษตร 5 มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะสมที่จะเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงในระดับที่สูงขึ้น ตำแหน่งนักวิชาการเกษตร 6 โดยในหนังสือคำสั่งลงวันที่ 10 มกราคม 2557 แต่ตนไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีหนังสือคำสั่งนี้มาหาตน และในหนังสือคำสั่งก็ปรากฏลายเซ็นของตน ซึ่งตนยืนยันได้ว่าไม่ได้เป็นคนเซ็นเอกสารลงลายมือชื่อในหนังสือคำสั่งดังกล่าว จึงเชื่อได้ว่าลายเซ็นนั้นเป็นลายเซ็นปลอม  

อดีตนายกอบต.บุกโรงพักถูกปลอมลายเซ็นเลื่อนตำแหน่ง 7 ปีคดีไม่คืบ

อดีตนายกอบต.บุกโรงพักถูกปลอมลายเซ็นเลื่อนตำแหน่ง 7 ปีคดีไม่คืบ


    

จากนั้นก็ได้สอบถามไปยังเจ้าตัวที่ได้รับเลื่อนตำแหน่ง ก็ได้รับคำตอบว่าไม่รู้เรื่องว่าหนังสือดังกล่าวมีการเซ็นคำสั่งไปได้อย่างไร ตนจึงขอหนังสือต้นฉบับตัวจริงเพื่อเอามาดูว่าลายเซ็นที่แท้จริงเป็นอย่างไร แต่ได้รับคำตอบว่าหนังสือคำสั่งนั้นหายไปแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าหายไปไหน จากนั้นผู้ได้รับเลื่อนตำแหน่ง ก็ได้ไปร้อง ปปช.ว่า ตนใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ (157) ทั้งที่ตัวอดีตนายกฯ เป็นคนถูกปลอมแปลงเอกสาร
จากนั้นอดีตนายกจึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.โนนดินแดง เรื่องเอกสารทางราชการหาย รวมทั้งให้ตรวจสอบการปลอมลายเซ็นดังกล่าวว่าใครเป็นคนทำเอกสารและหนังสือฉบับดังกล่าว ที่มีการปลอมลายเซ็นของตนเองด้วย ซึ่งได้มีการแจ้งความตั้งแต่ปี 2557 จนถึงขณะนี้ผ่านไป 7 ปีแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า   จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งรัดคดีเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดให้ด้วย ส่วนคนที่เลื่อนตำแหน่งปัจจุบันได้ย้ายไปที่อื่นแล้ว ทั้งนี้อดีตนายก อบต. ยังได้มอบเอกสารหลักฐานทั้งหมด ให้กับทนายความด้วย เพื่อช่วยดูแลคดีในอีกทางหนึ่ง  

อดีตนายกอบต.บุกโรงพักถูกปลอมลายเซ็นเลื่อนตำแหน่ง 7 ปีคดีไม่คืบ


 

จากการสอบถามนายบุญส่ง จูกูล ทนายความ กล่าวว่า จากการที่ได้ดูเอกสารเบื้องต้นบอกว่า ถ้าดูจากเอกสารที่นายกฯ แจ้งมา คือคนที่ทำจะมีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร คือการปลอมลายมือชื่อในเอกสาร ซึ่งเป็นเอกสารทางราชการด้วย ทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารที่แท้จริง มีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 264 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ทั้งนี้ก็จะต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าใครที่เป็นผู้กระทำความผิด แต่ที่แน่นอนที่สุด ก็คือ จะต้องเป็นพนักงานภายใน อบต.แน่นอน เพราะเป็นเรื่องภายในองค์กรและเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ซึ่งก็จะต้องพิสูจน์ตามกระบวนการขั้นตอน

อดีตนายกอบต.บุกโรงพักถูกปลอมลายเซ็นเลื่อนตำแหน่ง 7 ปีคดีไม่คืบ

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามบุคคลที่ได้รับเลื่อนตำแหน่ง เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้ย้ายไปปฏิบัติงานที่เทศบาลแห่งหนึ่งในจ.บุรีรัมย์ ก็ให้ข้อมูลว่าไม่สะดวกจะให้ข่าว และขอไม่ตอบคำถามใด ๆ ทั้งสิ้น แต่บอกว่าตนทำตามกระบวนการของราชการทั้งหมด ซึ่งให้ไปสอบถามกับทาง ปปช.เอาเอง

โดย - สุรชัย พิรักษา