เสน่ห์ไหลเรือไฟคืนที่สอง มนต์ขลังตราตรึงกลางสายน้ำ นักท่องเที่ยวขอขมาแม่คงคา ลอยเคราะห์ดับโศกรับพรมหามงคล 12 เรือไฟปีนักษัตร

19 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่สองของเทศกาลบุญออกพรรษาประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 18-22 ตุลาคม ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป ซึ่งการจัดงานในปีนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมจากเดิม เพื่อให้เหมาะสมในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด-19

 จากเดิมทุกๆปีจะมีการประกวดเรือไฟใหญ่ขนาดความยาว 80 เมตร สูง 15 เมตร แต่จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด จึงจัดตามมาตรการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(ศบค.) โดยงดการจัดประกวดเรือไฟใหญ่ แต่ให้มีเรือไฟโชว์จำนวน 5 ลำ ขนาดความยาว 10 เมตร สูง 5 เมตร และจะปล่อยไหลโชว์ให้นักท่องเที่ยว ประชาชน วันละ 2-3 ลำพร้อมปล่อยกระทงสายหรือไข่พญานาค 6,000-12,000 ดวง ซึ่งค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นการเปิดงาน ได้มีเรือไฟโชว์ไหล 3 ลำ ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชมจำนวนมาก แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็ตระการตาด้วยลวดลายความสวยงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรือไฟใหญ่เลย

 

ไหลเรือไฟคืนที่  2  นักท่องเที่ยวลอยเคราะห์ดับโศก

 

 ในคืนวันที่สองเจ้าหน้าที่ยังคงเข้มงวดในมาตรการตรวจหาเชื้อโควิด ซึ่งนักท่องเที่ยวและประชาชนต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และได้ชมเรือไฟโชว์ 2 ลำก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เรือไฟล่องลอยกลางกระแสน้ำเคียงข้างกับไข่พญานาค นักท่องเที่ยวต่างถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก บางคนก็ไลน์สดให้คนที่บ้านชมกัน

 นอกจากนี้บริเวณลานพนมนาคา ใกล้กับองค์พญาศรีสัตตนาคราชแลนด์มาร์คชื่อดัง จัดกิจกรรมเรือไฟโบราณต้นแบบของเรือไฟในปัจจุบัน โดยมีทั้งหมด 12 ลำ 12 ปีนักษัตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมในการขอขมาต่อพระแม่คงคา ด้วยการตัดเล็บ ผม เขียนชื่อ-นามสกุลใส่ลงในกระทงหยวกกล้วย แล้วนำไปวางในเรือปีนักษัตรของตน หลังจากนั้นเจ้าหน้าก็จะนำไปลอยเคราะห์ลอยโศกสิ่งอัปมงคลในแม่น้ำโขง พร้อมรับพรอันประเสริฐอำนวยความสุขให้แก่ครอบครัวของผู้นั้นๆ โดยเรือไฟโบราณจะตั้งรอรับนักท่องเที่ยวนำสิ่งของมาลอยความทุกข์ให้หมดไปจากชีวิตจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคมซึ่งเป็นวันออกพรรษา ดังนั้นผู้ใดต้องการจะสะเดาะเคราะห์ลอยโศกแล้วรับพรอันยิ่งใหญ่ สามารถเดินทางไปได้จนถึงวันที่ 21 ตุลาคม นี้

 

ไหลเรือไฟคืนที่  2  นักท่องเที่ยวลอยเคราะห์ดับโศก

สำหรับการไหลเรือไฟของชาวจังหวัดนครพนม ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ กระทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี มีวัตถุประสงค์เพื่อบูชารอบพระพุทธบาท บูชาพญานาค บูชาแม่น้ำโขง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ซึ่งการสร้างเรือไฟในสมัยโบราณนั้น ชาวบ้านจะร่วมมือร่วมใจกันทำ นำเครื่องบูชา เครื่องบวงสรวงบรรจุลงในเรือไฟแล้วยกลงไปยังท่าน้ำ พลบค่ำพระสงฆ์จะสวดมงคลคาถา หัวหน้าคุ้มทำพิธีถวายเรือไฟ แล้วนำเรือลากไปกลางแม่น้ำร่วมกันจุดเชื้อเพลิงหรือขี้ต้ายตลอดลำเรือ หัวหน้าคุ้มกล่าวคำบูชา และขอขมาลาโทษ ขอพร จากนั้นปล่อยให้เรือลอยไปตามกระแสน้ำ เรียกว่าไหลเรือไฟจนถึงปัจจุบัน

 

ไหลเรือไฟคืนที่  2  นักท่องเที่ยวลอยเคราะห์ดับโศก

โดย - ทวี อภิสกุลชาติ