พล.ต.ต.วินัย นุชชา ผบก.ผวจ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า สรุปเกหตุการณ์เชื่อได้ว่า ก่อนหน้าที่ที่จะเกิดเหตุรถยนต์ชนช้าง และเป็นเหตุให้เกิดอุบัตเหตุซ้ำซ้อนรถยนต์ชนกัน 3 คันรวด ก่อนหน้านั้นน่าจะมีรถยนต์อีกคัน ที่ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ได้ชนลูกช้างก่อน และหลบหนีไป หลังจากนั้นมีพลเมืองดีขับรถยนต์มาเห็นเหตุการณ์ ต่างพยามที่จะเปิดสัญญาณไฟ ไม่ให้ชนลูกช้างที่ได้รับบาดเจ็บอยูกลางถนน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับรถยนต์เก๋งขับมามองไม่เห็นสัญญารไฟ ชนซ้ำลูกช้างป่าจนเสียชีวิตดังกล่าวสำหรับลูกช้าง ที่ถูกรถชนเสียชีวิต เป็นช้างที่มาจาก เขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ข้ามทางเข้ามาหากินในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ ซึ่งตลอดมา มีทางเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้าง ติดตามผลักดันตลอดเวลา ซึ่งช้าง เหล่านี้ มีเส้นทางการเดินออกหากิน ไม่ว่าจะเป็นเขตศรีมหาโพธิและกบินทร์บุรี ที่ที่เกิดขึ้นเราระมัดระวังกันอยู่แล้วทราบเส้นทางอยู่แล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมทางหลวงได้ทำป้ายแจ้งเตือนมาติดไว้ตลอดเส้นทางระยะ 5 ก.ม. แต่ไม่มีประชาชนสนใจ โดยเฉพาะคนนอกพื้นที่ ไม่คิดว่าจะมีช้างป่าออกหากินบริเวณนี้จริง หลังจากนี้จะได้มีการจัดงบประมาณเพื่อขอติดตั้งไฟส่องแสงสว่างบริเวณดังกล่าวให้สว่างขึ้น สำหรับช้างโขลงนี้มีด้วยกัน 80-100 ตัว และได้แยกโขลง ออกหากินตามพื้นที่ต่างๆ ส่วนของช้างโขลงนี้เป็นชุดนำหน้ามีด้วยกัน 40 กว่าตัว
ส่วนซากลูกช้างป่าที่ตาย หลังจากนี้จะได้นำซากไปผ่าพิสูจน์ที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่านครนายก ก่อนที่จะทำเรืองขอนำซากทำการฝังกลบต่อไป
ข่าว-ภาพ โดย สายชล หนูแดง ดิเรกฤทธิ แสงสุวรรณื