ม้าตีนปลาย “มัลลิกา” มาแรงปาดหน้า “โจ-เจมส์” จับตาพลังอนุรักษ์ดับฝันฟ้า
19 มิ.ย. 2569 | ขุนน้ำหมึก

สายอินฟลูฯมาแรง “ติ่ง มัลลิกา” เข้าโค้งแซง “โจ-เจมส์” ค่ายส้ม-ฟ้า ได้แรงหนุนจากอนุรักษนิยมเมืองหลวง
Exclusive
19 มิ.ย. 2569 | ขุนน้ำหมึก

สายอินฟลูฯมาแรง “ติ่ง มัลลิกา” เข้าโค้งแซง “โจ-เจมส์” ค่ายส้ม-ฟ้า ได้แรงหนุนจากอนุรักษนิยมเมืองหลวง
19 มิถุนายน 2569 ตัวเต็งอันดับ 2 มัลลิกา สมราคาอดีตนักปั่นทีมชาติเข้าโค้งแซง ส้ม-ฟ้า ด้วยเสียงพลังเงียบ กลุ่มอนุรักษนิยมเมืองหลวง
ยิ่งตียิ่งหอม ชัชชาติ ส่อนำโด่งม้วนเดียวจบ สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นเวทีของผู้สมัครอิสระ กระแสพรรคไม่อุ้มโจ-เจมส์
เหลือเพียงอีก 1 สัปดาห์ ก็จะถึงวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ทั้ง 50 เขต ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่องโค้งสอง สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.69 พบว่า
คนเมืองหลวงจะเลือก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” (อิสระ) 72.35% รองลงไปคือ “มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” (อิสระ) 9.60%
ส่วนผู้สมัครตัวแทนพรรคการเมืองกลับมีความนิยมไม่ถึง 10% อย่าง “โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) 8.80% และ “เจมส์” อนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) 3.10%
ที่น่าสนใจในการสำรวจของนิด้าโพลรอบนี้ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ ในนาม “กลุ่มเพื่อนมัลลิกา” ที่มีคะแนนนิยมแซงอย่าง “โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน
นักการตลาดการเมืองมองว่า “มัลลิกา” มีประสบการณ์ทางการเมือง และมีพลังในการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ยิงตรงโหวตเตอร์ โดยไม่ต้องพึ่งป้ายหาเสียง และเวทีปราศรัย
สองปีที่แล้ว “ติ่ง มัลลิกา” กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายการเมืองชื่อดัง มีแฟนคลับมากมาย และช่วงหลัง เธอได้ไปจัดราย
การสตรีมมิ่งมัลลิกา Show ทางแนวหน้าออนไลน์ร่วมกับ “เจ๊ปอง” อัญชะลี ไพรีรัก
ฉะนั้น มัลลิกาจึงไม่ได้ลงสนามผู้ว่าฯ กทม.แบบคนมือเปล่า หากแต่มีต้นทุนจากเอฟซีส่วนตัว และฐานเสียงกลุ่มอนุรักษนิยมในเมืองหลวง
บนถนนการเมืองสายนี้ “มัลลิกา” ไม่ใช่คนหน้าใหม่ ผ่านสมรภูมิเลือกตั้งมาหลายหน และอยู่กับพรรค ปชป.มาเกือบ 20 ปี ก่อนจะลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว
“มัลลิกา บุญมีตระกูล” หรือชื่อใหม่ “มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” เป็นชาวไทลื้อ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เธอเริ่มมีชื่อเสียงจากการเป็นนักกีฬาจักรยานทีมชาติไทย ก่อนจะผันตัวไปเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวช่องไอทีวี
จากนั้น “ติ่ง” วางไมค์ลาจอทีวีเข้าสู่ถนนการเมือง โดยการสนับสนุนของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ผู้ก่อตั้งพรรคมหาชน
นับแต่ปี 2548 มัลลิกา พยายามจะปักธงเป็น สส.พะเยา แต่ไม่เคยสำเร็จ ทั้งในสีเสื้อพรรคมหาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขั้นตั้งมูลนิธิมัลลิกาช่วยเหลือประชาชน เพื่อกรุยทางมัดใจชาวบ้าน
สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ มัลลิกา มีตำแหน่งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม (ธีระ สลักเพชร) และที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (จุติ ไกรฤกษ์)
ปี 2562 มัลลิกา ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ต่อมา ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ (จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)
ปี 2565 ไชยยศ จิรเมธากร ได้ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ ทำให้มัลลิกาได้เลื่อนเป็น สส. และเข้าสภาฯครั้งแรกในชีวิต
วันที่ 21 ก.ย.2566 มัลลิกาได้ประกาศลาออกจากพรรค ปชป.ในยุคที่ เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรค และขอเว้นวรรคทางการเมือง
เมื่อหันหลังให้การเมือง มัลลิกาหรือฉายา “มอลลี่” ก็เข้าสู่โลกออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม tiktok ไลฟ์ขายสินค้า ไลฟ์เรื่องเหตุบ้านการเมือง รวมทั้งให้ความรู้ด้านกฎหมาย จึงมีแฟนคลับและผู้ติดตามจำนวนมาก
กลางปี 2568 “ติ่ง” ตัดสินใจจัดมัลลิกาทอล์คโชว์ โดยมีแฟนคลับซื้อบัตรเข้าร่วมงานจนล้นร้านอาหาร ทำให้เธอกลายเป็นอินฟลูฯ สายการเมืองที่โด่งดังอีกคนหนึ่ง
เมื่อ “เจ๊ปอง” อัญชะลี ไพรีรัก ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการข่าวแนวหน้าออนไลน์ ได้ชักชวน “ติ่ง” มาทำรายการมัลลิกา Show เป็นรายการสนทนาเจาะลึกข่าวเด่นประเด็นร้อนออกอากาศ ทุกวันจันทร์และวันศุกร์
จากการสำรวจนิด้าโพล มัลลิกาได้รับคะแนนนิยมจากกลุ่มผู้สูงวัยและแม่บ้าน ที่ถูกใจในความชัดเจนตรงไปตรงมา บวกกับการเป็นผู้หญิงทำให้เธอมองมิติปัญหาครอบครัวและชุมชน
ในมิติทางการเมือง “ชัชชาติ” มีฐานเสียงครอบคลุมไปทั่วทุกขั้วสี แต่สำหรับ “มัลลิกา” ปฏิเสธไม่ได้ว่า กลุ่มผู้สนับสนุนส่วนใหญ่เป็นพลังมวลชนปีกอนุรักษนิยม
เมื่อมัลลิกากลายเป็นตัวเลือกของปีกอนุรักษ์ ส่งผลให้คะแนนนิยมของ“เจมส์” อนุชา บุรพชัยศรี พรรคสีฟ้าลดลงเป็นธรรมดา