“ปัญหาน้ำท่วมปีนี้คงไม่หนักเท่ากับปี 2554 ที่ประเทศไทยเจอมรสุมหลายลูกติดต่อกัน ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมากกว่าปกติ และน้ำใต้เขื่อนก็มากจนล้นตลิ่ง เมื่อมีการระบายน้ำออกจากเขื่อน ก็ทำให้พื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ ไม่สามารถรับไหว ประกอบการระบายน้ำก็มีปัญหา ทั้งหน่วยงานและข้อกฏหมาย จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับรู้และมองเห็นปัญหาจากประสบการณ์จริงและได้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยแก้ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง
ซึ่งในแผนดังกล่าวมีทั้ง เส้นทางระบายน้ำ และการจัดทำแก้มลิงกักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง ตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนกำแพงป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ลงมาถึงกรุงเทพฯ
แต่โครงการดังกล่าวก็ถูกยั้บยั้งและรัฐบาลของนายกฯยิ่งลักษณ์ ถูกรัฐประหาร รัฐบาลใหม่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง จึงทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำอีก มาตลอด”
ขณะที่ชาวบ้านบางกระบือ ระบุว่า ซอยของพวกตนเป็นซอยที่ถูกลืม จนวันนี้ยังไม่ได้รับของช่วยเหลือจากทางรัฐบาล แต่ไม่ว่าใครจะลืมพวกตน นายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ไม่เคยลืม พวกตนขอขอบคุณน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ไม่เคยลืมพวกเรา และขอให้ท่านได้กลับมาประเทศไทยไวๆ พวกเราคิดถึงท่าน
จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยัง บ้านน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อลงเรือเข้าไปมอบถุงน้ำใจและน้ำดื่ม พร้อมให้กำลังใจชาวบ้านบ้านน้ำตาลที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือน