แม้ตำรวจจะจับกุมตัวหนุ่มมือมีดแทงคู่อริที่ตามมาราวีถึงหน้าบ้านแฟนสาว หลังเจ้าตัวกับคู่อริ ได้ขับรถ จยย.ปาดหน้ากัน แต่กลุ่มคู่อริไม่ยอม ไล่ล่าหาตัวนายณัฐวุฒิ จนมาพบบ้านแฟนสาว พร้อมยกพวกมานับสิบคนปิดหน้าบ้าน จนนายณัฐวุฒิทนไม่ไหวใช้มีดออกมาแทงคู่อริเสียชีวิต

ความคืบหน้าของคดีนี้ แม้ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวนายณัฐวุฒิได้แล้ว แต่คำถามที่ตามมาก็คือ พฤติการณ์ก่อเหตุของนายณัฐวุฒิ และการกระทำของกลุ่มคู่อริที่ตามมาราวีถึงหน้าบ้าน แต่ละฝ่ายจะมีความผิดกันอย่างไรบ้าง

 


“เนชั่น ทีวี” ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังทนายความชื่อดัง ทนายเกิดผล แก้วเกิด บอกว่า หากมองในมุมของกลุ่มคู่อริที่ยกพวกไปขว้างปาสิ่งของใส่บ้านที่เกิดเหตุ รวมถึงการตะโกนด่าทอท้าทาย จะเข้าข่ายความผิดในข้อหาที่เกี่ยวข้อง คือ การรังแก ข่มเหง คุกคามผู้อื่น หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ แต่พฤติการณ์แบบนี้ก็ไม่ควรที่จะได้รับการตอบโต้จนทำให้ถึงกับเสียชีวิต ซึ่งผู้เสียหายอาจจะแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มคู่อริก็ได้ แต่ไม่ควรจะออกมาใช้อาวุธมีดทำร้ายแบบนี้
 

ส่วนพฤติการณ์ของนายณัฐวุฒินั้น หากตัวของนายณัฐวุฒิ อยู่แต่ในบ้านและควบคุมโทสะของตัวเองไว้ได้ ก็จะไม่มีความผิดอะไร ซึ่งเขาอาจจะเลือกโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแทนก็ได้ ที่สำคัญตัวของนายณัฐวุฒิ ยังอยู่ในจุดที่เรียกว่า ห่างจากภัยอันตรายอยู่ เพราะเขาอยู่ในบ้าน 

 


แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง นายณัฐวุฒิ อาจจะสมัครใจทะเลาะวิวาทได้ เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ มีการขับรถเฉี่ยวปาดหน้ากันไปมา ซึ่งนายณัฐวุฒิก็หลบเข้ามาภายในบ้านของตัวเองแล้ว เหตุก็ควรจะจบไป แต่พอคู่กรณียกพวกมาหน้าบ้าน นายณัฐวุฒิ ก็ควรจะแจ้งตำรวจ ไม่ควรออกมาใช้มีดแทงผู้อื่น ฉะนั้น นายณัฐวุฒิ จะอ้างว่า เป็นการป้องกันตัวไม่ได้เลย เพราะตัวเองอยู่ในบ้าน และยังห่างจากภัยอันตราย แต่นายณัฐวุฒิอาจจะอ้างได้ว่า สิ่งที่ตัวเองทำเป็นการบันดาลโทสะ ซึ่งศาลอาจจะมีดุลพินิจลงโทษเบาลงกว่าเดิม 

 

 

ทนายเกิดผล บอกอีกว่า อยากให้สังคมมองในมุมโทษทางกฎหมายให้ชัดเจน ไม่อยากให้มองว่า กลุ่มคู่อริของของนายณัฐวุฒิสมควรที่จะโดนกระทำแบบนี้ เพราะในบริบทกฎหมายเราไม่สามารถใช้อารมณ์มาตัดสินเรื่องของเหตุผลได้