จากนั้นยังชวนคุยอีกว่าไม่ชอบแม่ที่มีสามีใหม่เป็นชาวต่างชาติประเทศนี้เลย ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่ได้ฟังว่าแม่ของเขาได้สามีประเทศอะไร พอตนเองทำผมให้เสร็จแล้ว ก็เดินออกจากร้านเสริมสวยมาดูร้านขายเสื้อผ้าซึ่งอยู่ติดกัน เพราะมีลูกค้ามาสแกนโครงการคนละครึ่ง ในจังหวะที่ตนเดินออกมาที่ร้านเสื้อผ้า ลูกค้าคนดังกล่าวก็เดินออกมาอย่างรวดเร็วและหนีหายไปทันทีโดยที่ไม่ได้จ่ายเงินสักบาท
จากนั้นตนจึงรีบเข้าไปดูที่ร้านและดูที่เก็บเงินไว้ปรากฏว่าเงินสดประมาณ 3,000 กว่าบาทที่ได้จากลูกค้าที่มาทำผมหายไป พอไปเปิดกล้องวงจรปิดดู ก็พบว่าหญิงคนดังกล่าวแอบเข้าไปฉกเอาเงินช่วงที่ทำทีขอเข้าห้องน้ำ ซึ่งหากรวมเงินค่าบริการทำผม และเงินที่สาวแสบคนดังกล่าวขโมยไปก็ประมาณ4,000กว่าบาท ก็รู้สึกท้อใจเพราะตนยืนทำผมให้กับลูกค้าคนนี้ตั้งแต่เช้ายันบ่ายจนขาแข็ง นอกจากจะไม่ได้เงินค่าบริการสักบาท ยังมาขโมยเงินซ้ำเติมอีก เชื่อว่าลูกค้าน่าจะตั้งใจมาก่อเหตุแบบนี้และคิดว่าน่าจะเคยทำแบบนี้มาแล้วจนเคยชิน ก็อยากฝากเตือนร้านเสริมสวย หรือร้านค้าทั่วไปว่าให้ระมัดระวังอย่าเชื่อไว้ใจใครจนเกิดไป เพราะเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพมาในหลายรูปแบบ ส่วนเคสของตนเองก็ได้นำภาพกล้องวงจรปิดแจ้งความที่ สภ.หนองกี่ แล้วเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดี จะได้ไม่ต้องไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับใครอีก
โดย - สุรชัย พิรักษา