"วัฒนา เมืองสุข" เห็นด้วยรัฐบาลเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว แต่อย่าลืมยกเลิกพรก.ฉุกเฉินคุมโควิด ชี้เป็นอุปสรรคการฟื้นเศษฐกิจผู้มีรายได้น้อย

12 ตุลาคม 2564 นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผมฟังแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีแล้ว เห็นด้วยว่ารัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องรีบเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว เพราะช่วงเวลาจากเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปคือโอกาสทองที่จะเกิดพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

 

ประการแรก เป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของปีงบประมาณแผ่นดินที่จะมีเม็ดเงินจากงบลงทุนภาครัฐไหลเข้าสู่ตลาด ประการต่อมาจะมีข้าวเปลือกประมาณ 24-26 ล้านตันเข้าสู่ตลาด ซึ่งหากรัฐบาลผลักดันให้ได้ราคาจะเป็นกำลังซื้ออย่างมหาศาล นอกจากนี้ยัง High Season ของฤดูกาลท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างประเทศ จึงเป็นช่วงเวลาที่จะเกิดพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจสูงที่สุดที่จะกระตุ้นการบริโภคภายใน

 

วัฒนา เมืองสุข พรรคไทยสร้างไทย

 

 

 

ถ้ารัฐบาลปล่อยให้เลยเวลาช่วงนี้ก็จะเลยฤดูหนาวที่นักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อจะหนีหนาวมาเที่ยวบ้านเรา หากจะกระตุ้นการท่องเที่ยวใหม่ก็จะต้องรอเวลาเป็นปลายปี 2565 แปลว่าเราต้องปิดประเทศต่อซึ่งจะต้องดูแลประชาชนไม่ให้อดตาย แต่ด้วยฐานะทางการคลังของรัฐบาลที่เปราะบาง หรือรัฐบาลไม่มีเงินเพราะกู้จนเต็มเพดานจนต้องขอขยายเพดานการก่อหนี้เป็น 70% ของจีดีพีแล้ว รัฐบาลจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องรีบเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

 

"วัฒนา" ชี้ควรยกเลิกฉุกเฉินก่อนเปิดประเทศ อุปสรรคฟื้นเศรษฐกิจ

 

แต่สิ่งที่ผมรอฟังคือการยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะการค้าขายของคนจน เช่น ร้านลาบส้มตำ หรือร้านอาหารข้างทางซึ่งเป็นร้านอาหารของคนจน หรือสตรีทฟู้ดที่หากไม่ยกเลิกเคอร์ฟิวจะค้าขายไม่ได้ เนื่องจากจะไม่คุ้มทุนเพราะกว่าจะเปิดร้านก็ตอนหัวค่ำแต่จะต้องรีบปิดเพราะติดเคอร์ฟิว รวมถึงมาตรการที่จะช่วยเหลือคนจนที่หมดเนื้อหมดตัวไปแล้วให้มีโอกาสกลับมาค้าขายเพื่อรองรับการเปิดประเทศ รัฐบาลจึงควรเร่งสร้างกำลังซื้อให้เกิดขึ้นกับประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกร รวมทั้งให้โอกาสคนยากจนได้มีทุนรอนในการทำมาหากินเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้

 

"วัฒนา" ชี้ควรยกเลิกฉุกเฉินก่อนเปิดประเทศ อุปสรรคฟื้นเศรษฐกิจ

 

ขอให้กำลังใจคนไทยทุกคนรวมทั้งบุคลากรสาธารณสุขทุกท่าน ตั้งแต่รัฐมนตรีอนุทินจนถึง อสม. ที่ยังจะต้องทำงานหนักอีกต่อไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งคนไทยและต่างประเทศเพื่อไม่ให้ต้องกลับมาปิดประเทศกันใหม่อีกครั้ง